เกิดข้อผิดพลาดใน Gadget นี้

วันพุธที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

สาธิตวิธีการทำช็อกโกแลตแต่งหน้าเค้ก

นี่เป็นอีกหนึ่งการสาธิตวิธีการทำช็อกโกแลตแต่งหน้าเค้กที่นำมาฝากวันนี้ค่ะ วิธีทำจะอยู่ช่วงท้าย ๆของวีดีโอนะค่ะ

Chocolate Decoration

สงสัยอยู่ว่าเค้าทำช็อกโกแลตแต่งเค้กกันยังไง ก็ไปเจอในยูทูบค่ะเลยนำมาฝากเผื่อใครกำลังสนใจอยู่

Fresh Cream Chocolate Chiffon Cake




เค้กนี้ทำให้วันเกิดคนรู้จักอีกเหมือนกันค่ะ น่าจะประมาณเดือนที่แล้ว วันนี้ตั้งใจเอาสูตรมาฝาก เพราะเป็นสูตรที่ทำแล้วได้ผลดีเลยทีเดียวค่ะ เนื้อเค้กนุ่ม ชุ่มช่ำ รสชาติไม่หวานจัด

ส่วนผสม
แป้งเค้ก 1 ถ้วย
น้ำตาลทราย (1) 1 ถ้วย
ผงโกโก้ แบบไม่หวาน 3/4 ถ้วย
ผงฟู 2 ช้อนชา
เบคกิ้งโซดา 1 ช้อนชา
เกลือป่น นิดหน่อย
ไข่แดง 4 ฟอง
ไข่ขาว 6 ฟอง
ครีมออฟทาร์ทาร์ 1/2 ช้อนชา (ไม่ใส่ก็ได้ค่ะ)
น้ำตาลทราย (2) 1/2 ถ้วย
น้ำมันพืช 1/2 ถ้วย
กลิ่นวนิลา 1 ช้อนชา
น้ำเปล่า 1/2 ถ้วย

วิธีทำ
1. เตรียมเตาอบที่อุณหภูมิ 350 F หรือ 180C เตรียมพิมพ์ แล้วรองก้นด้วยกระดาษไขทาด้วยไขมัน
2. ร่อนแป้ง,น้ำตาลทราย (1), ผงโกโก้, เกลือ, เบคกิ้งโซดา, ผงฟู ให้เข้ากันแล้วพักไว้
3. ผสมน้ำมันพืช กลิ่นวนิลา น้ำเปล่า เข้าด้วยกัน พักไว้
4. ตีไข่แดงด้วยความเร็วสูงประมาณ 1 นาที แล้วลดความเร็ว ค่อย ๆเติมส่วนผสมของน้ำมันลงไปตีให้เข้ากัน
5. ค่อย ๆเติมส่วนผสมของแป้งลงไป ตีให้พอเข้ากัน อย่าตีนานเกินนะค่ะจะเป็นการสร้างกลูเตน ทำให้เนื้อเค้กเหนียว
6. เตรียมภาชนะเพื่อจะตีไข่ขาว ภาชนะและหัวตีต้องสะอาดปราศจากไขมัน เพื่อให้ไข่ขาวขึ้นฟูดี ตีไข่พอขึ้นเป็นฟอง แล้วเติมครีมออฟทาร์ทาร์ ตีต่อจนตั้งยอดอ่อน เป็นฟองฟูขาวแต่ไม่ถึงเป็นครีมมัน ค่อย ๆเติมน้ำตาลทราย (2) ลงไปทีละน้อยจนหมด ตีจนตั้งยอดแล้วเป็นเงาแต่ไม่ถึงกับตั้งยอดแข็งนะคะ เพราะการตีไข่ได้ดีจะทำให้เนื้อเค้กออกมานุ่มมาก ๆ
7. ตักส่วนผสมไข่ ใส่ลงในส่วนผสมแป้ง แล้วใช้พายยางคนให้เข้ากัน แล้วจึงเติมส่วนที่เหลือลงไป คนให้เข้ากันดี
8. เทส่วนผสมใส่พิมพ์นำเข้าเตาอบ อบประมาณ 20-30 นาที หรือจนสุก เช็คโดยการใช้ไม้จิ้มไปตรงกลางเค้ก แล้วไม้จะแห้งไม่มีแป้งติดออกมา หรือจะใช้มือกดเบาๆ บนหน้าเค้ก เนื้อเค้กจะสปริงตัวกลับมา เป็นอันใช้ได้ค่ะ

ทิ้งไว้ให้เย็น ตัดเป็นชั้น ๆ สอดใส้ด้วยวิปครีม หรือบัตเตอร์ครีม หรืออะไรก็ได้ค่ะตามชอบ

และตกแต่งหน้าเค้กด้วยครีมแบบต่าง ๆ ตามชอบเช่นกันค่ะ ดิฉันเลือกเป็นวิปครีม เพราะง่ายและอร่อยด้วยค่ะ อีกอย่าง วิปครีมกับเค้กช็อกโกแลตเนี่ยเป็นอะไรที่เข้ากั๊น เข้ากัน
การแต่งหน้าเค้กด้วยวิปครีม ต้องดูที่สภาพอากาศด้วยน่ะค่ะ ถ้าประเทศที่มีอากาศร้อนมาก ไม่เหมาะคะเพราะจำทำให้หน้าเค้กละลาย
ลองทำดูนะ...


สูตรคัสตาร์ดครีมแสนอร่อย


จากภาพจะเห็น บนหน้าเค้กเป็นครีมเยิ้ม ๆอยู่ คือคัสตาร์ดครีม
คัสตาร์ดครีมสูตรนี้รสชาติดีมากค่ะ สามารถนำไปใส่ในทาร์ตผลไม้ก็ได้ แต่นำไปใช้กับเค้กวนิลา สตอเบอรี่ รสชาติเข้ากันดีเลยค่ะ
ว่าแล้วก็เตรียมส่วนผสมกันเลย
ฝักวนิลา 1 ฝัก แต่ดิฉันไม่ได้ใช่ฝักวนิลาค่ะใช้เป็นวนิลา เอ๊กซ์แทรกแทนค่ะ ใช้ประมาณ 1 1/2 ช้อนชา
นมสด 200 มิลลิลิตร
ไข่แดง 2 ฟอง
น้ำตาลทรายเนื้อละเอียด (caster sugar) 40 กรัม หรือ 1 1/2 oz
แป้งสาลี 1 ช้อนโต๊ะ
แป้งข้าวโพด 1 ช้อนโต๊ะ
ดับเบิ้ลครีม ตีให้นุ่มฟู 125 ml/ 4 fl oz
วิธีทำ
1. ใส่ฝักวนิลากับนมเข้าด้วยกัน ตั้งไฟอ่อน ๆ โดยไม่ให้เดือด พอให้น้ำนมซึมเข้ากับวนิลา (ถ้าใช้กลิ่นวนิลาก็ตั้งไฟอ่อนไม่ต้องเดือดเช่นกันค่ะ) ประมาณ 10 นาทีเห็นจะได้
2. จากนั้น ตี ไข่แดง, น้ำตาล, แป้งสาลี, แป้งข้าวโพด ในถ้วยอีกใบ แล้วก็ ตีจนนวล
นำนมที่อุ่นข้างต้นกรองเอาฝักวนิลาออก แล้วเทใส่ส่วนผสมของไข่แดงที่ตีจนนวล เมื่อเทแล้วตีต่อให้เข้ากันจนนวล
3. จากนั้นนำไปตั้งไฟอ่อน จนเดือด ประมาณ 2 นาที จนส่วนผสมจะเหนียว และนวลขึ้น หมั่นคนหน่อยน่ะค่ะ
4. นำลงจากเตาแล้วเทลงในวิปครีมที่ตีจนพอนุ่มนวล ไม่ถึงกับฟูแข็งนะคะ คนให้เข้ากัน
ก็ได้คัสตาร์ดครีมแสนอร่อยแล้วคะ นำไปประยุกต์ปรุงแต่งได้ตามใจชอบค่ะ

สูตรนี้จะดัดแปลงไปใช้กับทาร์ต พาย และของหวานอื่นก็ได้นะค่ะ

Vanilla custardcream strawberry Cake



เค้กนี้ทำมาหลายวันแล้วค่ะ ว่าจะเอารูปมาลง ก็ไม่ได้ลงซักที เค้กนี้ทำให้วันเกิดคนรู้จักจ๊ะ เค้าขอมาเราก็จัดให้ การกุศลตามเคยค่ะ ชอบค่ะ เพราะถือเป็นการฝึกฝนฝีมือไปในตัวด้วย
เป็นวนิลาเค้กธรรมดาค่ะ ใช้เนื้อเค้กสปันจ์ก็ได้ ให้แบ่งเค้กออกเป็นสามชั้น สองชั้นนับจากฐานนะค่ะ ให้เติมครีมสดที่ตีจนขึ้นฟูแล้ว ส่วนชั้นบนสุด ให้จัดตรงกลางออก จะเหลือเป็นรูปวงแหวน เหลือแต่ขอบกว้างประมาณ 1 นิ้วค่ะ
วางเนื้อเค้กชั้นบนสุดลงไป จะได้ลักษณะเป็นบ่อหลังจากที่ตัดตรงกลางออกไปแล้ว จากนั้นใส่คัสตาร์ดครีมลงไปตรงกลาง ปาดให้เสมอค่ะ แล้วใส่สตอเบอรี่ คือที่ใช้สตอเบอรี่เพราะเวลาทานกับคัสตาร์ดครีมแล้วมีรสชาติดีมาก ๆเลยค่ะ แล้วราดด้วย เจลลี่รสสตอเบอรี่ค่ะ
ด้านข้างก็ใช้ครีมสดแต่ง แล้วตกแต่งนิดหน่อยตามใจชอบ ส่วนตัวใช้
สูตรคัสตาร์ดครีมแสนอร่อยนี้ ให้ดูที่ หน้า สูตรคัสตาร์ดครีมแสนอร่อย นะคะ

ผงวุ้น กับ เจลาติน ต่างกันยังไง?

หลายคนคงสงสัย ว่าผงวุ้นกับเจลาติน ต่างกันอย่างไร? ดิฉันก็เคยสงสัย วันนี้เลยได้โอกาศคลายข้อสงสัยให้ซะเลย หลังจากได้หาข้อมูลแล้วก็พบความแตกต่างระหว่าง ผงวุ้นกับเจลาตินคร่าวดังนี้ค่ะ




จะพูดถึงเจลาตินก่อนนะค่ะ
1. เจลาติได้มาจาก กระดูก หรือหนังของ สุกร หรือ วัว อาบด้วย Chloride Acid ดังนั้น จึงไม่เหมาะกับ ชาวมังสวิรัติ, มุสลิม และยิว
2. มีทั้งแบบผง และมีแบบแผ่น แบบแผ่นมีลักษณะเป็น แผ่นบาง โปร่งใส และแข็ง
3. คุณค่าทางโภชนาการ ประมาณ 340 กิโลแคลอรี่ ต่อ 100 กรัม
4. ช่วยให้อาหารมีความอยู่ตัว ยืดหยุ่น




ส่วนผงวุ้น
1. ผงวุ้นได้จากสาหร่ายทะเลสีแดง พบในประเทศญี่ปุ่น
2. ส่วนมากเราจะพบเป็นแบบผง แต่ก็สามารถพบได้ในรูปแบบอื่นเช่นแบบเส้น
3. คุณค่าทางโภชนาการ เช่นเดียวกับเจลาติน คือราว 340 กิโลแคลอรี่ ต่อ 100 กรัม ประกอบด้วย เส้นใยที่ละลายน้ำได้ ถึง 80%
4. จะต่างกับเจลาตินตรงที่สร้างองค์ประกอบความแข็งกว่า ไม่ยืดหยุ่นแบบเจลาติน
อันไหนดีกว่า?
ถึงแม้ผงวุ้นจะให้ผลที่ไม่เหมือนกับเจลาตินซะทีเดียว แต่ก็ยังสามารถใช้ในครีมและเค้กเช่นเดียวกับเจลาติน แต่จะใช้ยากกว่าเนื่องจาก คุณต้องใช้ ผงวุ้น 2 กรัม ต่อของเหลว 500 กรัม จึงทำให้เจลาติน นิยมใช้ในอาหารมากกว่าผงวุ้นเนื่องจากสามารถใช้ได้ง่ายกว่า และไม่ทำให้อาหารแข็งจนเกินไป เช่นผงวุ้น





ไปร่วมงานแต่งงาน แบบชาวบังกลาเทศ

วันนี้ต้องไปร่วมงานแต่งของทางญาติฝ่ายสามี ตื่นเต้นมาก ก็อยากเห็นกับตามเหมือนกันว่าเค้าจัดงานกันยังไง

พอไปถึงในงาน ตื่นเต้นสุดๆ ชอบมาก ๆ หันไปทางไหน ก็มีแต่คนเค้าแต่งตัวสวย ๆ ส่วนมากจะแต่งชุดซาหรี่กัน คือเรียกได้ว่าเต็มยศเลย ตั้งชุดทั้งเครื่องประดับ สวยแบบสาวภารตะ ก็จะเหมือนกับชาวอินเดีย แต่วิธีการจัดงานจะแตกต่างไป เนื่องจาก ชาวอินเดียส่วนมากจะนับถือศาสนาฮินดู แต่ชาวบังกลาเทศจะนับถือศาสนาอิสลาม จึงมีพิธีการที่แตกต่างไปบ้าง

หลังจากเคลิ้มกับการนั่งมองชาวบ้าน ก็ได้ยินเสียเค้าตะโกนโหวกเวก ไอ้เราไม่รู้เรื่องตกใจ วิ่งไปดู อ้อ เจ้าสาวกับเจ้าบ่าว มาถึงในงาน เห็นแล้วก็ โห.... เค้าลงทุนมาส่งเจ้าสาวกับเจ้าบ่าวด้วยรถลีมูซีน ยาวบื๊ด อย่างกับรถบัส พอเจ้าสาวลงจากรถ ก็โห.... อีกรอบ ชุดสวยมาก ๆ หรูหรา สุด ๆ เจ้าสาวมาในชุดสีแดงสดพร้อมกับเครื่องประดับเต็มยสแบบเจ้าสาวอินเดีย ตั้งแต่หัวจรดเท้าเลย

แต่สังเกตสีหน้าเจ้าไม่ยิ้มเลย เป็นบ้านเราเหรอ แฉ่งเลย ... ยิ้มแฉ่ง คงนึกภาพออก ไอ้เราก็คิดไปเองว่า โดนบังคับแต่งงานป่าวเนี่ย ทั้งเจ้าบ่าวเจ้าสาวเลย

งานก็ดำเนินไปเรื่อยๆ เจ้าบ่าวก็นั่งอยู่ชั้นล่าง เจ้าสาวนั่งอยู่ชั้นบน หลังจากทำพิธีแต่งงาน ญาติก็จะถยอยถ่ายรูปกับเจ้าบ่าวเจ้าสาว เค้ายังไม่นำทั้งคู่มานั่งด้วยกันนะคะ โน่นใกล้เลิกงาน ถึงจะส่งเจ้าสาวลงมานั่งอยู่ชั้นล่างกับเจ้าบ่าวและญาติ

ดิฉันอยู่จนงานเลิกเลยค่ะ ตอนท้ายได้บทสรุปว่าทำไมสองคนหน้างอจังเลย พองานใกล้เลิก ก่อนจะมีการส่งเจ้าสาวกับเจ้าบ่าวขึ้นรถ ก็จะพาเจ้าสาวลงมาชั้นล่าง ทำพิธีจดทะเบียน และเจ้าบ่าวก็คล้องพวกมาลัย ให้เจ้าสาวหลังเซ็นต์จดทะเบียนกัน เท่านั้นแหละ ร้องไห้กันเหมือนกับจะขาดใจ

ดิฉันก็ถามญาติ ๆว่าร้องกันทำไม ส่วนมากจะเป็นพ่อแม่พี่น้องที่สนิทกันน่ะค่ะที่ร้องไห้ คือวันแต่งงานจะเป็นวันที่เจ้าสาวเศร้ามาก ๆ เพราะจะต้องจากบ้านไปอยู่กับคนอื่น คือเท่ากับยกลูกให้คนอื่นไปเลยน่ะค่ะ นาน ๆจะได้กลับมาเยี่ยมบ้านซักที ส่วนเจ้าสาวก็จะต้องไปปรนิบัติพ่อแม่สามี เสมือนพ่อแม่ของตนเอง

เฮ้อ... ผ่านไปอีกวันได้รู้ได้เห็นชาวบังกลาเทศเค้าแต่งงานกันแบบนี้เอง หรือบางคนอาจจะมีอะไรที่แตกต่างไป ดิฉันก็ทราบเหมือนกัน ก็เพิ่งจะเห็นงานแรกนี่แหละค่ะ เลยนำมาเล่าสู่กันฟัง

วันเสาร์ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

ไปร่วมงานเมนดี (เพ้นท์ลายเฮนนาบนมือ)

No Pastry Apple & Almond Tart

Cheese Cake



Cheese Cake


Cheese Cake
ชีสเค้กที่ทำทั้งหมดสูตรเดียวกันหมดเลยค่ะ แค่แต่งหน้าให้ดูต่างกัน



Custard Fruits Tart

วันนี้หมดวันไปกับการเตรียมทำขนม และเตรียมเสื้อผ้า เพื่อไปร่วมงาน เมนดี เป็นงานที่ชาวบังกลาเทศเค้าเขียนลวดลายบนมือด้วยเฮนนา (ใบเทียน) ให้เจ้าสาว ก่อนวันแต่งงานน่ะค่ะ เสื้อผ้าที่จะต้องเตรียมใส่ในวันนั้น คือชุดซาหรี ชุดประจำชาติของชาวอินเดีย บังกลาเทศ คือถ้ามีงานมงคล งานปาร์ตี้ทุกคนก็จะแต่งชุดซาหรีกัน ซึ่งดิฉันเองก็หลีกเลี่ยงไม่ได้จะต้องแต่งตามชาวบ้านเค้าเหมือนกัน
ตอนแรกก็กลัวมากเลยค่ะ พันไม่เป็นอ่ะค่ะ กลัวไปหลุดกลางงาน แต่ดีที่แฟนอุตส่าห์ ส่งไปให้ช่างเค้าตัดเย็บเป็นซาหรีสำเร็จรูปให้ เฮ้อ ...รอดไป ช่วงนี้น้ำหนักขึ้นด้วย ถ้าพันไม่เก่งจะดูอ้วนตุ๊บเลยอ่ะค่ะ พันไปพันมา กลายเป็นเข้าต้มมัดล่ะแย่เลย... ฮ่าๆๆ


ส่วนขนมผู้ร่วมงานจะเตรียมไปเหมือนเป็นของติดไม้ติดมืออะไรเงี่ยค่ะ ให้ทางฝ่ายเจ้าสาว ก็จะมีการติดชื่อตกแต่งถาดให้สวยงาม เรียกว่าได้อวดกันเลยล่ะค่ะ
ดิฉันคิดว่าคนอื่นน่าจะทำเป็นขนมแบบพื้นเมือง คือถ้าบ้านเราก็คงเป็นพวกทองหยิบทองหยอดอะไรพวกนี้อ่ะค่ะ ดิฉันก็เลยเลือกทำเป็นพวก เค้กบาร์ และทาร์ตผลไม้ จะได้ดูมีสันสันแปลกตากว่าชาวบ้านเค้าหน่อย ไม่รู้แหละ สู้ตายเหมือนกัน...แฮะๆๆ (อวดมั่ง)

ได้ออกมาเป็นพวกที่เห็นข้างบนแหละค่ะ พยายามลากรูปให้มันลงมาข้างล่างมันไม่ยอมลงอ่ะค่ะ เลยทำอีกวิธีก็อปปี้ข้อความให้ไปอยู่ข้างบน ก็ไม่ยอมก๊อปให้ ก็เลยจำใจ เอารูปขึ้นไปอวดก่อนซะเลย
ใครสนใจสูตรขนมพวกนี้ รอซักหน่อยนะค่ะ วันนี้เขียนตอนดึกแล้ว ก็เลย ออกแนวขี้เกียจซักหน่อย ไว้วันหน้า จะรีบมาโพสสูตรทันทีค่ะ

วันอังคารที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

เค้กวนิลา หน้าผลไม้รวม (Vanilla Mix fruits Cake)







วันนี้ไม่ได้ไปไหนเลย อากาศขมุกขมัว ว่างก็หาเรื่องอ้วนอีกตามเคย
วันนี้ทำเค้กวนิลาผลไม้ ราดด้วยซอสส้ม

วันจันทร์ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

Chicken Ham Scones


วันนี้ว่างช่วงเช้า ช่วงบ่ายตั้งใจว่าจะไปลอนดอน คือเดี๋ยวนี้เริ่มไม่อยากทานอะไรนอกบ้าน ไม่รู้ว่าดีหรือไม่ดี และออกจะเรื่องมาก เลือกไปซะหมด ถ้าจำเป็นต้องทานจริง ๆ ก็เลยคิดว่าเวลาไปไหนต้องเตรียมเอง ว่าแล้วก็เปิดหนังสือ The Cookie And Biscuit Bible ที่เพิ่งซื้อมาเมื่อวาน มองหาของทานเล่นติดกระเป๋าไปด้วย แล้วก็เจอนี่เลย เมนูแสนง่าย ใช่เวลาไม่กี่นาทีก็ทานได้แล้ว....

Chicken Ham Scones




เมนู เป็นเหมือนกึ่งขนมปัง กึ่งบิสกิต กรอบนอก นุ่มใน รสชาติ เผ็ดร้อนเล็กน้อย หอมกลิ่นเครื่องเทศและใบโหรพา อร่อยค่ะ ใครอยากลองทำก็ตามสูตรเลยค่ะ
ส่วนผสม
แป้ง self-raising 2 ถ้วย
(self-raising flour คือแป้งที่ผสมผงฟูและเกลือเรียบร้อยแล้ว ไม่แน่ใจว่าเมืองไทยมีป่าว ให้ใช้ แป้งอเนกประสงค์ 1ถ้วย ผงฟู 1+ 1/4 ช้อนชา และเกลือนิดหน่อย)
ผงมัสตาร์ด 1 ช้อนชา
ผงพริกปาปริกา 1 ช้อนชา กับอีกนิดหน่อยไว้โรยหน้า
เกลือเล็กน้อย
มาการีนหั่นเป็นลูกเต๋า 2 ช้อนโต๊ะ หรือ 25 กรัม
ใบโหรพาสับ 1 ช้อนโต๊ะ
มะเขือเทศ ซันดราย ในน้ำมัน 1/2 ถ้วย
แฮมไก่ หรืออะไรก็ได้ 50 กรัม
นมสด 90-120 มิลลิลิตร
วิธีทำ
1. เตรียมเตาอบที่อุณหภูมิ 200 องศาซี รองถาดอบด้วยกระดาษไข ร่อน แป้ง, ผงมัสตาร์ด,ผงพริก,และเกลือเข้าด้วยกัน ใส่มาการีนและบี้ คลุก ให้เข้ากันกับแป้ง
2. ผสม ใบโหรพา, มะเขือเทศ, และแฮม ในอ่างผสมแป้ง และรินนมใส่เข้าไป ไม่ต้องใส่หมดนะค่ะค่อย ๆใส่ พอแป้งเริ่มเป็นก้อนนิ่ม ๆ ก็พอ
3. นำก้อนแป้งมาแผ่เป็นแผ่น หนาประมาณเกือบ 1 เซ็นติเมตร แล้วหันให้เป็นสี่เหลี่ยมขนาดเท่า ๆกันตามชอบ
4. นำมาวางเรียงกันในถาดอบที่เตรียมไว้ แล้วทาด้วยนม และโรยด้วยผงพริกที่หน้าขนม
5. นำเข้าเตาอบ ประมาณ 12-15 นาทีหรือจนฟูสุกเหลือง
แต่ดิฉันเสริมโรยหน้าด้วยงา ให้ดูสวย ที่สำคัญชอบงาค่ะ หรือใครจะทาหน้าขนมด้วยซอสมะเขือเทศก็ได้ รสชาติดีขึ้นเยอะเลยค่ะ
ดิฉันไม่มีผงมัสตาร์ดเลยใส่ มัสตาร์ดซอสแทนใส่นิดหน่อยพอมีกลิ่น
อีกอย่างที่ไม่มีคือมะเขือกระป๋อง เลยใช้มะเขือเทศสดแทน แต่หั่นเป็นชิ้นเล็กมาก ๆ เรียกว่าสับดีกว่า
ใครสนใจลองทำดูนะคะ

วันพุธที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

ได้ออเดอร์แล้วเย้...

วันนี้มีออเดอร์เค้กเข้ามาแล้วดีใจจัง ก็เลยได้โชว์ฝีมือซะเลย ได้เค้กออกมาหน้าตาแบบนี้





กว่าจะทำเสร็จแทบเป็นลม คือกลัวจะพลาดน่ะค่ะครั้งแรก ปกติจะทำเพื่อการกุศล วันนี้ทำขายก็เลยเกร็งไปหมดเลย
ตัวเค้กเป็น chiffon ค่ะ ส่วนครีมเป็น butter cream frosting สูตรหน้าเค้กนี้ ใช้เนยปั่นกับน้ำตาลไอซิ่ง แล้วเติมวิปครีมเข้าไปด้วย อร่อยมาก ๆ