แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ขนมอบ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ขนมอบ แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

WHOLE WHEAT SCONE ชวนทำสคอนไว้ทานกับชายามบ่าย



ภาพถ่ายออกมาไม่ค่อยสวยเท่าไหร่ เพราะถ่ายด้วยมือถือ ใจร้อนน่ะค่ะอยากอัปเดทบล็อกหลายวันแล้วไม่ได้มีอะไรมาฝากเพื่อน ๆเลย

บ่าย ๆ วันศุกร์ หันไปหันมา เอทานอะไรดีน้า ขนมปังก็หมด เปิดทีวีเจอโปรแกรมทีวีสอนทำ สคอน ง่ายดีไม่รอช้าเลยค่า เข้าครัีวทันที อุปกรณ์ก็มีครบ ใช้เวลาทำไม่นาน แถมอบก็แค่สิบกว่านาทีก็ทานได้แล้ว

สูตรดัดแปลงจากเจ้าขอสูตรเค้านิดหน่อยนะค่ะ แต่จะลงสูตรดั้งเดิมไว้ด้วย ที่ดัดแปลงก็ตรงแป้งอยากให้ดูมีคุณค่าทางอาหารขึ้นมาหน่อยเลยใช้โฮลวีท เอ้ามาดูส่วนผสมและวิธีทำกันเลย

ส่วนผสม
แป้งสาลี 250 กรัม
แป้งโฮลวีท 200 กรัม (ถ้าไม่ชอบโฮลวีท ก็ใช้ แป้งสาลี plain flour 450 กรัมค่ะ)
ผงฟูใส่เยอะหน่อย 1 ช้อนพูนมากๆ กับอีก 1ช้อนพูนกลางๆ
น้ำตาลทราย 25 กรัม
เนยเค็ม 75 กรัม
นม 200 มิลลิลิตร
ไข่ 2ฟอง

วิธีทำ
-เตรียมเตาเอา 220 องศา c
-ร่อนแป้ง ผงฟู เข้าด้วยกัน
-เติมน้ำตาลทราย
-ใส่เนยโ่ดยใช้มือบี้ให้เข้ากับแป้งให้ทั่ว
-ตีไข่กับนมพอเข้ากัน แล้วเทลงในส่วนผสมของแป้ง อย่าเทจนหมดนะค่ะ ค่อยๆเท ขั้นตอนนี้ ใช้นิ้วกางเป็นกงเล็บแล้วกวนแป้งพอจับตัวเป็นก้อนอย่านวดนะค่ะ ต้องระวังนิดนึง ถ้ายังแห้งก็ค่อยเติมนมลงไป
-พอจับตัวเป็นก้อนก็นำออกมาแผ่บนพื้นเรียบ โรยด้วยแป้งนวลเล็กน้อยกันติดพื้น แผ่เป็นเป็นแผ่นหนาประมาณครึ่งนิ้ว ใช้พิมพ์กลม กดแล้วนำไปวางบนถาดสำหรับอบ
-ทาหน้าขนมด้วยไข่หรือนมที่ผสมไข่ที่เหลือ แล้วโรยหน้าด้วยน้ำตาลหรือไม่ก็ได้ค่ะแล้วแต่ชอบ
-นำเข้าเตาอบอุณหภูมิมสูง 220 องศา c อบประมาณ 15 นาทีหรือจนสุก พักให้เย็นสักพักก็เสริฟได้แล้ว เสริฟพร้อม แยมกับครีม แสนจะอร่อย ลืมอ้วนไปเลย
ไม่ยากเลยใช้เวลาไม่นานก็มีขนมทานกับน้ำชาละ

วันพุธที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2553

ขนมปังไส้กรอกนิ่ม ๆ



วันนี้เอาขนมปังนุ่มพร้อมสูตรมาฝาก จำได้ว่าเคยลงไว้แล้วแต่สูตรอาจจะปรับเปลี่ยนไปเล็กน้อยนะค่ะ จากภาพข้างบน ได้ขนมปังนุ่มเชียวค่ะ แต่สูตรเนี่ย ได้มาจาก Rashall Allen เชฟรายการอาหารของอังกฤษค่ะ ทุกอย่างกะเอาหมดเลย ไม่เหมาะสำหรับมือใหม่

สำหรับมือใหม่ดิฉันมีสูตรดีๆ จากเว็บบล็อกที่น่าสนใจมาฝาก พร้อมวิธีทำอย่างละเอียด ที่นี่เลยค่ะ

ส่วนสูตรของขนมปังในภาพด้านบนได้มาจาก Rashall Allen ส่วนผสมจะแตกต่างไปเลยค่ะมีไม่กี่อย่าง คือส่วนตัวเห็นว่าง่ายดี ไอ้เราก็ประเภทเอาง่ายไว้ก่อน ฮิๆ

ส่วนผสมก็มี แป้ง, เกลือ, ยีสต์ผง, ไข่ไก่, น้ำ, น้ำมันมะกอก,น้ำตาลนิดหน่อย,นมผง ไม่ใส่ก็ได้ จริงๆแล้วตามสูตรเี้ค้าไม่มีหรอกคะ่ดิฉันใ่ส่เข้าไปเอง

วิธีทำและสัดส่วนกะเอาหมดเลย บอกก่อนนะคะ่ว่าไม่เหมาะสำหรับมือใหม่ เหมาะสำหรับผู้ีที่ทำเป็นแล้วต้องการจะทดลองและพัฒนาสูตร
-เริ่มจากใส่น้ำ น้ำใส่ไปในปริมาณซัก 1 1/2 ถ้วย, ยีสต์ 7กรัม,น้ำตาล ผสมให้เข้ากันทิ้งไว้ซักครู่ น่าจะประมาณ 10 ถึง 15 นาที

-แล้วก็ใส่ไข่ 1 ฟอง นมผง ซักประมาณ 1 1/2 ถึง 2 ช้อนโต๊ะ และน้ำมันมะกอก ซักประมาณ 3 ช้อนโต๊ะ เกลือ คนให้เข้ากันแล้วก็

-เทแป้งขนมปัง ลงไปทีละน้อย คลุกไปเรื่อย ๆจนเริ่มจับตัวเป็นก่อน อย่าให้แฉะหรือแห้งเกินไป แป้งจะใส่มากหรือน้อยอยู่ที่ว่าใส่น้ำไปมากเท่าไหร่น่ะค่ะ ทีนี้ก็นวดไปเรื่อย ๆจนเนียนขึงเป็นแผ่นบางๆได้ สำคัญที่นวดด้วยคะ นวดไปเรื่อย ๆใจเย็น ถือว่าออกกำลังกายแล้วกันเนอะ

-พอนวดได้ที่ก็พักทิ้งไว้ จนขึ้นเป็นสองเท่าตัว จะพักไว้นานแค่ไหนขึ้นอยู่กับสภาพอากาศค่ะ ถ้าร้อนก็ขึ้นเร็วหน่อย
แล้วนำมานวดไล่ฟองอากาศ แบ่งเป็นชิ้นเล็ก จัดการปั้นเป็นรูปตามต้องการ ดิฉันแนะนำิวิธีทำให้เป็นรูปอย่างในภาพจาก ลิงค์นี้ นะคะ ขอขอบคุณเจ้าของบลอกที่สอนวิธีทำอย่างละเอียดค่ะ แ้ล้วพักไว้จนขึ้นเป็นสองเท่า ก่อนนำเข้าเตาอบก็ทาด้วยไข่ผสมน้ำนิดหน่อย แล้วอบที่อุณหภูมิ 180 องศาซี

วันเสาร์ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

เค้กแครอท (carrot cake)




นำสูตรเค้กแครอทแสนง่าย สำหรับ คนมือใหม่หัดทำ บอกได้เลยว่าถึงจะมือใหม่แค่ไหน ก็ได้ผลดีทั้งนั้นจ้า

สูตรตามนี้เลย
แป้งอเนกประสงค์ 200 กรัม
ผงฟู 1 ช้อนชา
โซดาไบคาร์บอเนต 1 ช้อนชา
อบเชยป่น 1/2 ช้อนชา
นัตแมค 1 ช้อนชา (ไม่ใส่ก็ได้ใส่ก็หอมดีค่ะ)
เกลือ นิดหน่อย ซัก 1/4 ช้อนชา
ไข่ไก่ 3 ฟอง
น้ำตาลทรายแดง 150 กรัม
น้ำมันพืช (ใช้น้ำมันอะไรก็ได้อย่างดีนะค่ะ เพื่อสุขภาพ) 200 มิลลิลิตร
แครอทขูดฝอย 200 กรัม
ผิวส้ม 2 ลูก
ลูกเกต 3 ช้อนโต๊ะ
จริง ๆแล้วในสูตรจะมีพีแคนนัตด้วย แต่ไม่ชอบใส่ถั่วค่ะเลยใส่ผลไม้แห้งอื่นแทน ไม่ได้ทำให้หวานมากแถมเวลาทาน มีรสเปรี้ยวแซมนิดหน่อยอร่อยดีค่ะ
ดิฉันใช้ แอปปริคอทแห้งหั่นเป็นชิ้นเล็ก ซัก 2 ช้อนโต๊ะ และลูกพรุน หันเป็นชิ้นเล็ก 2 ช้อนโต๊ะ
ส่วนนี้เป็นเพียงตัวเลือกนะค่ะจะไม่ใส่ก็ได้
มาถึงวิธีทำกันละนะ
อุ่นเตาอบที่อุณหภูมิ 15 องศา c
1. นำแป้ง ผงฟู โซดา อบเชยป่น นัทแมค เกลือ ผสมร่อนให้เข้ากัน พักไว้
2. นำไข่ไก่ ตีกับน้ำตาล จนน้ำตาลละลาย ไม่ต้องตีจนฟูหรอกค่ะเมื่อย ฮิๆๆ พอเข้ากันน้ำตาลละลายแล้วก็เติมน้ำมันลงไป
3. เติมแครอท ผิวส้มขูด ผลไม้แห้งต่าง ๆคลุกให้เ้ข้ากัน
4. นำมาผสมกับแป้ง ใช้พายยางหรืออะไรก็ได้ค่ะ คลุกพอเข้ากันไม่เห็นแป้งเป็นก้อน
6. จัดการเทใส่พิมพ์แล้วน้ำเข้าเตาอบที่อุณหภูมิ 150 องศา c
อบจนสุขหน้าจะเริ่มแตก ใช้ไม้จิ้มดู ถ้าแห้งไม่มีอะไรติดไม้ออกมาเป็นอันใช้ได้ค่ะใช้เวลาเกือบ ๆชั่วโมงเหมือนกันค่ะ

ออกมาหน้าตาจะเป็นอย่างในภาพค่ะ

วันอาทิตย์ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

cake decorating idea. ไอเดียแต่งหน้าเค้ก

นี่เป็นผลงานล่าสุดที่ผ่านมา นำมาฝากกันเป็นไอเดียแต่งหน้าเค้ก
Hi, I have nothing much to say just want to show you my latest cake pictures . Hope it useful for the one who is looking for cake decorating idea.

Custard Strawberry Cake

Vanilla Butter Cake
Orange Vanilla Fresh cream Cake

Vanilla+Strawberry Cake
Chocolate ganache

Black frorest cake














วันอังคารที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

ไอครีมโคนคัพเค้ก ice cream cone cupcakes.







อันนี้ขอบอกว่า ได้สูตรจากบล็อกดี ๆ บล็อกนี้เลยค่ะ ลองกดไปเยี่ยมชมดูเนอะ เค้าใจดีค่ะ มีสูตรพร้อมภาพประกอบด้วย ทำง่ายม๊าก มาก ลองทำดู

คัพเค้กแต่งหน้าแบบต่าง ๆ cupcakes















สวยมั้ย ทำไมยากค่ะ สวยไม่สวยอยู่ที่การตกแต่ง เค้กนี้ใช้สูตรเค้กชิฟฟ่อนวนิลาเพราะว่าทำง่ายค่ะ ใช้เวลาน้อย นุ่มดีด้วย
แล้วก็แต่งหน้าตามใจชอบเลย
หลัง ๆชักขี้เกียจลงสูตร ไม่ได้หวงนะคะ แต่ว่าไม่มีเวลาอ่ะค่ะ อีกอย่างไม่ค่อยทำขนมอย่างอื่นเท่าไหร่ เลยยังไม่มีอะไรใหม่ แค่ดัดแปลงสูตรเดิม ๆมาทำให้ดูหน้าตาแตกต่างไปเท่านั้นค่ะ ยังไงก็บอกไปแล้วเนอะ ว่าใช้เนื้อเค้กแบบไหน หาได้ในบล็อกเล้ยค่า...




มีภาพเค้กมาฝากอีกแล้ว



วันนี้ได้ออเดอร์ เพิ่งส่งไปสด ๆร้อนค่ะ เค้กนี้ใช้สูตร ชิฟฟ่อนวนิลา แต่ลดแป้งเหลือแค่ 100 g ลดน้ำมันเหลือ 1/4 แล้วเพิ่มไข่อีก1 ฟองค่ะ นุ่มดีเหมาะสำหรับทำเค้ก 8 นิ้ว

จากนั้นแต่งหน้าด้วยครีมสด ตกแต่งด้วยผลไม้ กับช็อกโกแลตแต่งหน้าเค้ก ส่วนวิธีทำช็อกโกแลตแต่งหน้าเค้กพร้อมวีดีโอ ให้ดูที่นี่ค่ะ

วันพุธที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2552

มีเค้กมาอวดอีกแล้ว

วันนี้เอาภาพไปอย่างเดียวเนอะ ไว้เป็นไอเดียแต่งหน้าเค้ก พอดีได้ออเดอร์ลูกค้าเพิ่งมารับไปสด ๆร้อน ๆเลยค่า...









วันศุกร์ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2552

ขนมปังไส้เนื้อสับ




เมื่อวานวันพฤหัส น้องชายของแฟนเค้าจัดงานขึ้นบ้านใหม่ ก็คิดอะไรไม่ออก เบื่อทำของหวานน่ะค่ะ ก็เลยทำขนมปังไส้เนื้อ ไว้ทานเป็นของว่างทานกับน้ำชา กาแฟ
วิธีทำไส้เนื้อ
ชี้แจงนิดนึงว่า เป็นสูตรเฉพาะตัวนะค่ะแบบธรรมดา ๆ ทำง่ายและอร่อยดีด้วย ไม่ได้บอกปริมาณนะค่ะ เพราะว่า อยู่ที่ว่าต้องการทำมากทำน้อย ส่วนตัวก็ไม่ได้กะเหมือนกัน ไส้เหลือ ก็นำมาทานกับข้าวได้กำไรไปอีกอย่าง
เนื้อบด
กระเทียม ดิฉันชอบใส่เยอะค่ะ คือถ้าบดแล้วจะได้ซักหนึ่งช้อนโต๊ะกับอีกนิดหน่อย
ขิงสับละเอียด ครึ่งช้อนโต๊ะโดยประมาณ
พริกชี้ฟ้าแดง แล้วแต่ว่าชอบเผ็ดมากเผ็ดน้อย
น้ำปลา หรือ เกลือ ชอบรสเค็มก็ไส่มากหน่อย
พริกไทยดำป่น ซักครึ่งช้อนชา
ผักชี ซักหนึ่งช้อนโต๊ะ
ส่วนผสมตัวแป้ง
นม 170 ml
ไข่ไก่ 1 ฟอง
น้ำตาล 65 กรัม
เกลือ 1/4 ช้อนชา
แป้งขนมปัง 330 กรัม กับอีกนิดหน่อยไว้สำหรับเป็นแป้งนวล
เนยสดนิ่ม 75
วิธีทำ
1. ผสมยีสต์ น้ำตาล เข้าด้วยกัน
2. อุ่นนมในไม่โครเวฟ หรือตั้งไฟ ไม่ถึงกับร้อนนะค่ะ พออุ่น ๆเพื่อให้ยีสต์ทำปฏิกริยาได้ดีขึ้น แล้วเทลงในส่วนผสมของยีสต์กับน้ำตาล
3. เติมไข่ไก่ลงไปแล้วตีพอเข้ากัน
4. ผสมแป้งกับเกลือเข้าด้วยกัน
5. นำส่วนผสมของเหลงเทลงในแป้ง แล้วนวดให้เข้ากันจนจับตัวเป็นก้อนแล้วแป้งซักน้ำทั่ว
6. นวดไปซักพักแล้วเติมเนยสด แล้วนวดไปเรื่อย ๆจนแป้งยึดหยุ่น ขั้นตอนนี้จะรู้สึกว่ามันแฉะ ให้เติมแป้งนวดทีละน้อย แล้วนวดอย่าใส่มากจนเกินไปนะค่ะจะทำให้แห้ง นวดจนยืดหยุ่นดีไม่ติดมือ
7. พักไว้จนขึ้นฟูเป็นสองเท่าตัว ดิฉันทิ้งไว้ค้างคืนเลยค่ะ เพราะอากาศที่นี่เย็น ใครใจร้อนก็ เปิดเตาอบพอร้อน แล้วปิดไฟ แล้วจึงนำแป้งไปพักไว้ข้างใน แป้งจะขึ้นเร็วค่ะ แต่อย่าให้ร้อนมากนะค่ะ เพราะก้อนแป้งจะแห้งกระด้าง
8. พอขึ้นเป็นสองเท่าตัวแล้วนำมา ต่อยให้แฟบนวดซักห้านาที แล้วแบ่งแป้งออกเป็นก้อน ๆนำมาใส่ไส้ ห่อเก็บให้มิด แล้วพักไว้ให้ขึ้นเป็นสองเท่าตัวอีกครั้ง
9. พอได้ที่ นำมาทาด้วยไข่ไก่ที่ผสมน้ำเล็กน้อย โรยหน้าด้วยงาดำหรือป๊อบปี้ซีด เพิ่มความสวยงาม แล้วอบที่อุณหภูมิ 190 องศา c จน สุกจะมีลักษณะเป็นสีน้ำตาลทั่ว
ดูเหมือนจะงง ๆหน่อยแต่ทำไม่ยากค่ะ ลงดูเนอะ ดิฉันชอบนวดแป้งไว้ตอนกลางคืน เช้ามาก็อบได้ ได้ทานสด ๆเป็นอาหารเช้า อร๊อย อร่อย..

วันเสาร์ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2552

มีไอเดียแต่งหน้าเค้กมาฝากค่า...




ไม่มีอะไรใหม่หรอกค่ะ เพียงแต่วันนี้ทำเค้กส่งร้านอาหารเพื่อน พอดีทางร้านมีลูกค้าสั่งอาหารเพื่อจัดเลี้ยงวันเกิด ก็เลยแถมเค้กฟรี เค้าสั่งเยอะน่ะค่ะ เป็นโปรโมชั่นช่วงนี้ ดิฉันก็ได้รับผลพลอยได้ไปด้วย
ก็เดิม ๆค่ะ เพราะไม่ต้องการให้ต้นทุนสูง มีอะไรอยู่ก็ใช้ตกแต่งเข้าไป
วันนี้นำภาพมาฝากเพื่อนๆ เผื่อเป็นไอเดียในการแต่งหน้าเค้ก
สูตรตัวเค้ก ก็เป็น วนิลาชิฟฟ่อน ใครอยากได้ตัวเค้กที่นิ่มกว่านี้ก็ลดแป้งลงนะคะ ให้เหลือซัก 1 ถ้วย เคยลดแป้งลงเหลือถ้วยเดียว เนื้อเค้กนุ่มมาก ๆ สูตรที่ให้ไว้นั้นจะได้เนื้อเค้กที่มีน้ำหนัก แต่ก็ไม่แข็งนะค่ะนุ่มดีเหมือนกัน จากนั้นก็ตกแต่งด้วยครีมสด กับส้มแล้วช็อกโกแลต ก็พยายามหาอะไรที่ไม่ต้องซื้อใหม่น่ะค่ะเพราะจะได้ลดต้นทุน ฮิๆ


ขนมปังซาลามี (salami bread)




พักหลัง ๆนี่ไม่ค่อยจะอัปเดทเรื่องอื่นซักเท่าไหร่เลยค่ะ มัวแต่บ้าทำอาหาร วันหลังจะนำสาระเรื่องอื่น ๆดี ๆมาฝากแล้วกันนะค่ะ ว่าแล้ววันนี้ก็ขอบ้าทำอาหารต่อ มีสูตรมาฝากอีกแล้วค่ะ สูตรขนมปังใส่ซาลามีไก่ ประมาณ ไก่ยอบ้านเราน่ะค่ะ แต่ว่ารสชาติเหมือนไส้กรอก ออกแรงกันหน่อยแล้วกัน เพราะต้องนวดนานหน่อยค่ะ อ้อ ! เกือบลืมโปรดอ่านปัญหาที่พบด้วยนะค่ะ เดี๋ยวปฏิบัติตามแล้วไม่ได้ผลดีห้ามว่ากันน้า.. ว่าแล้วก็มาดูสูตรกันเลย

ยีสต์ 7g
นม 170 ml
น้ำตาล 65g
เกลือ ¼ teaspoon
เนยจืด นิ่ม 75g
ไข่ (หนักประมาณ 50g)
1 แป้งขนมปัง 330g
ซาลามีหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ
ไข่ไก่ ผสมกับน้ำ เล็กน้อย ไว้ทาหน้าขนมปัง

วิธีทำ
1. เตรียมพิมพ์แบบหลุม หรือพิมพ์คัพเค้ก
2. ผสมนมกับไข่ เข้าด้วยกัน
3. ผสมส่วนผสมแห้งทั้งหมด มี แป้ง, เกลือ, ยีสต์,น้ำตาล คลุกให้เข้ากันอย่างดี
4. เทส่วนผสมนำนมลงไปตรงกลางแป้ง แล้วนวดจนจับตัวเป็นก้อนซับน้ำทั่ว
5. จากนั้นใส่เนยลงไป แล้วนวดไปเรื่อย ๆ จนนวลและยืดหยุ่น ให้เชคด้วยการดึงแป้งยืดออกบนฝ่ามือ แล้วแป้งจะไม่ขาด หรือว่าให้กำแป้งนับหนึ่งถึงสิบค่ะ แป้งจะไม่ติดมือ ก็เป็นอันใช้ได้
6. ทิ้งไว้จนขึ้นเป็นสองเท่าตัว อาจจะนานขึ้นอยู่กับสภาพอากาศค่ะ ถ้าร้อนมากก็เร็วหน่อย
7. พอขึ้นฟูได้ที่ก็นำมาต่อย ตุ๊บตั๊บ ไล่ฟองอากาศ แล้วก็นวดต่ออีกซัก 5 นาที แล้วนำมาคลึงบนพื้นเรียบแผ่ให้เป็นแผ่น ไม่ต้องบางมากนะค่ะ พอจะหนา ๆหน่อยประมาณ ทาด้วยมายองเนส แล้วโรยด้วยซาลามีที่หั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆเรียบร้อยแล้ว ให้ทั่ว แล้วม้วนค่ะ ม้วนให้เป็นแท่งยาว ๆ
8. จากนั้นนำมาตัดเป็นแว่น ๆหนาประมาณ นิ้วครึ่ง แล้ววางลงไปในพิมพ์
9. ทิ้งไว้อีกจนขึ้นอีกเท่าตัว
10. เปิดเตาอบ 190 c พอแป้งขึ้นได้ที่ ทาหน้าด้วยไข่ไก่ที่ผสมน้ำเล็กน้อย และจึงนำเข้าอบ อบจนเหลืองสวยค่ะ

แนะนำวิธีการนวดแป้งค่ะ
ใช้อุ้งมือดันแป้งไปด้านหน้า แล้วม้วนกลับ แล้วดันด้วยอุ้งมือไปข้างหน้า นวดแบบเดิมติดต่อกันเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ประมาณ 10-15 นาที

ปัญหาที่พบในการปฏิบัติตามสูตร
ครั้งที่ 1 ดิฉันลองทำตามสูตรเป๊ะ ปรากฎว่าหลังจากใส่เนยลงไปแล้วมันแฉะมาก ก็เลยนวดต่อไปเรื่อย ๆคิดว่าคงจะดีขึ้น ไม่ค่ะเฉะติดมือหนึบไปหมด จนต้องค่อย ๆเติมแป้งลงไปทีละน้อย ก็เป็นอันว่าใช้ได้ไม่ได้เติมมากนะค่ะ เติมเข้าไปทีละน้อยนวดแล้วเติมจนแป้งไม่ติดมือ ปัญหานี้อาจจะเกิดจากตราชั่งก็เป็นได้ค่ะ ผลลัทธ์คือ ขนมปังมีเนื้อดีใช้ได้เลยค่ะ คืออยู่ในระดับที่พอใจ

ครั้งที่ 2 คือได้ออกมาตามรูปภาพ
ดิฉันผสม นม ยีสต์ น้ำตาล แล้วคนจนยีสต์ละลายเข้ากับนมแล้วจึงเติมไข่ ทีนี้ดิฉันไม่ได้ชั่งแป้งแล้วค่ะ ค่อย ๆเติมแป้งเข้าไปจนพอจับตัวรวมกันเป็นก้อน แล้วก็เติมเนย แล้วนวดจนเนียน ครั้งนี้นวดนานหน่อย ปกติไม่ได้จับเวลาน่ะค่ะ แต่รู้สึกว่านวดจนเพลินจนยืดหยุ่นดีมาก ๆและเนียน ทีนี้ได้ขนมปังนิ่มและนุ่มเหนียวดีค่ะ พอใจมากกว่าครั้งแรก

ใครต้องการเปลี่ยนจากซาลามีเป็นไก่หยองเนื้อหยองแล้วราดหน้าด้วยมายองเนสหน่อยก็อร่อยดีค่ะ

ใช้ดัดแปลงทำขนมปังได้หลายอย่าง หรืออาจจะใส่ไส้กรอก ไส้ถั่วดำ ถั่วแดง เผือก หรืออะไรก็ได้ตามชอบ ทำเป็นขนมปังบันก็อร่อยดีค่ะ เพราะว่าจะออกหวาน ๆเล็กน้อย
ลองดูเนอะ..

วันอังคารที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2552

มัฟฟินกล้วยหอม

หลังจากที่ห่างหายจากการอัปเดทไปหลายวัน นึกไม่ออกน่ะค่ะว่าจะนำเสนอเรื่องอะไรดี พอดีวันนี้ว่างๆหันไปเห็นกล้วยหอมในครัวเริ่มเปลี่ยนสี กลัวจะเน่าซะก่อน เลยนำมาทำมัฟฟินซะเลย แต่ขอบอกว่า กล้วยหอมที่กำลังสุกงอมมาก ๆ เนี่ยเหมาะที่สุดเลยสำหรับการทำ มัฟฟินหรือเค้กกล้วยหอม วันนี้ก็เลยมีภาพ และสูตรมัฟฟินกล้วยหอมมาฝากกัน






ส่วนผสม
แป้งอเนกประสงค์ 1 3/4 ถ้วย (245 g)
น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วย (100 g)
น้ำตาลทรายแดง 1/4 cup (50 g)
ผงฟู 1 ช้อนชา
เบคกิ้งโซดา 1/2 ช้อนชา
เกลือ 1/4 ช้อนชา
ไวท์ช็อกโกแลต หั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ 2 ออนซ์ (65 g)
ไข่ไก่ ใบใหญ่ 2 ฟอง ตีพอแตก
เนยละลาย หรือมาการีน 8 ช้อนโต๊ะ (113 g)
กล้อยหอมสุกบดละเอียด 3 ผล (ประมาณ 1 ปอนด์ หรือ 454 gหรือประมาณ 1 -1/2 ถ้วย
กลิ่นวนิลา 1 ช้อนชา
กล้วยหอมฝานเป็นชิ้นไว้แต่งหน้าเล็กน้อย

วิธีทำ
1. เตรียมเตาอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส และพิมพ์ถาด้วยน้ำมันหรือเนย
2. ผสม แป้ง น้ำตาลทรายแดง,น้ำตาลทราย,ผงฟู ,เบคกิ้งโซดา เกลือ และไวท์ช็อกโกแลต ให้เข้ากันแล้วพักไว้
3. ผสม กล้วยหอมบดละเอียด,เนยละลาย,ไข่ไก่ที่ตีแล้วพอแตก, กลิ่นวนิลา ให้เข้ากัน ระวังอย่าคนมากเกินไป ผสมพอเข้ากัน
4. นำส่วนผสมทั้งสองมาผสมให้เข้ากัน ใช้พายยาตะล่อมให้พอเข้ากัน อย่าคนมากจนเกินไปจะทำให้เหนียวค่ะ
5. ตักใส่พิมพ์ แต่งหน้าโดยการฝานกล้วยเป็นแผ่น แล้ววางไปบนหน้ามัฟฟินค่ะ จากนั้นนำเข้าเตาอบจนสุกค่ะ ไม่ได้ดูเวลาค่ะว่าประมาณกี่นาที นั่งเล่นเน็ตเพลินไปหน่อย หันไปดูก็สุกพอดี
ทำง่ายมาก ๆ ไว้ทานกับน้ำชากาแฟ บ่าย ๆ ก็เข้ากั้นเข้ากันค่ะ ...
ใครอ่านบล็อกดิฉันแล้วเจออะไรที่น่าทาน แต่ไม่มีสูตร ถ้าสนใจอยากทำเขียนมาถามได้นะค่ะ บางทีก็ลืม ๆน่ะค่ะ พอกไว้ซะเยอะ กะว่าวันหลังค่อยลงสูตร ผลัดไปเรื่อยจนลืมไปเลย ฮิๆ

วันพฤหัสบดีที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2552

White chocolate Oreo mousse cake.เค้กโอริโอไวท์ช็อกโกแลตมูส


เค้กโอริโอไวท์ช็อกโกแลตมูส
มูสเค้ก สูตรนี้อร่อยมากมาก และก็ทำไม่ยากด้วย ไม่พูดพร่ำทำเพลงละนะ บอกสูตรเลยละกัน พอดีทำออกมาได้ค่อนข้างดีค่ะ ก็เลยว่าจะเอาสูตรมาเผยแพร่กันหน่อย

ส่วนผสมทั้งหมด
1. Oreo cookie พร้อมครีม 3 ห่อ ( ใช้สำหรับทำฐานเค้ก 2 ห่อ และสำหรับทำเนื้อเค้กมูส 1 ห่อ )
2. เนยละลาย 12 ช้อนโต๊ะ
3. นมจืด 1 1/4 ถ้วย
4. เจลาตินผง 7 กรัม หรือเกือบ ๆ 1 ช้อนโต๊ะ ส่วนตัวใช้เวจทาเรียนเจลาตินค่ะ เนื่องจากทานเจลาตินที่ทำจากสัตว์ไม่ได้
5. ไวท์ช็อคโกแลต 330 กรัม
6. วิปปิ้งครีม 2 ถ้วย

วิธีทำฐานเค้ก
1. นำโอริโอ 2 ห่อ บดหรือตำให้ละเอียดก็ได้ค่ะ ดิฉันใช้วิธีตำ ประหยัดไฟ เปลืองพลังงานส่วนตัวหน่อยแต่ก็ถือว่าได้ออกกำลังกาย ฮิๆ
2. จากนั้น เทเนยละลายใส่ลง คลุกให้เค้ากันอย่างดีเลยนะค่ะ
3. เมื่อส่วนผสมเข้ากันดีแล้ว ก็นำไปกรุใส่พิมพ์เค้ก ควรใช้พิมพ์ที่สามารถถอดก้นพิมพ์ได้นะคะ กดลงให้แน่นและเรียบ แล้วนำไปแช่ตู้เย็นไว้ จริง ๆตอนทำไมได้แช่หรอกค่ะ เพราะว่าไม่ได้อ่านวิธีทำ ฮิๆ

วิธีทำไวท์ช็อกโกแลตโอริโอมูส
1. เทนมใส่หม้อ แล้วใส่เจลาตินลงไป ผสมให้เข้ากันแล้วนำไปตั้งไฟ จนเจลาตินละลายหมด คนตลอดเวลา 2. เมื่อเจลาตินละลายแล้ว ยกลงจากเตาแล้วเติมไวท์ช็อกโกแลตลงไป คนตลอดเวลาด้วยตะกร้อมือ คนจนช็อกโกแลตละลายเข้ากับนม จะได้เป็นครีมข้น ๆ
3. พักไว้ซักครู่พอให้ช็อกโกแลตอุ่นลง แล้วนำไปหล่อในน้ำแข็ง (นำกะละมังใส่น้ำแข็งหรือน้ำเย็นจัด แล้วนำหม้อช็อกโกแลตวางซ้อนลงไป) พร้อมคนตลอดเวลา จนได้เหมือนกับนำข้นหวาน ต้องคนตลอดเวลานะค่ะ ย้ำเลย ไม่งั้นจะเป็นเม็ด ๆ
4. พักไว้ หันมาตีวิปปิ้งครีมในภาชนะอีกใบจนตั้งยอดอ่อน
5. นำวิปปิ้งครีมที่ตีจนตั้งยอดแล้ว ใส่ลงไปในส่วนผสมของไวท์ช็อคโกแลต คนด้วยไม้พายเบา ๆ ให้เข้ากัน คนเบา ๆ นะคะ
6. แล้วนำโอริโอที่เหลืออีก 1 ห่อ มาบิดเป็นชิ้นเล็ก ๆ ไม่ต้องบดนะค่ะ แค่บิเป็นชิ้น ๆ แล้วนำมาเทใส่ในส่วนผสม แล้วคนให้เข้ากัน
7. พอส่วนผสมเข้ากันดีแล้ว ก็นำไปเทใส่ในพิมพ์ที่เราแช่ตู้เย็นไว้ ดิฉันแช่ข้ามคืนเลยค่ะ หรืออย่างน้อย 6 ชั่วโมง ก่อนเสริฟ ดิฉันนำเข้าแช่แข็งอีกต่างหาก ได้เนื้อมูสคล้ายกับทานไอศครีมเลยค่ะ แต่ที่นำเข้าช่องแช่แข็งไม่ต้องตามก็ได้นะค่ะ แล้วแต่ชอบ จริง ๆแช่เย็นพอเซ็ทตัวก็เตรียมเสริฟได้เลย


เพิ่มเติมข้อควรระวังนิดนึงค่ะ เป็นการแนะนำ
1. ถ้าไม่ชอบหวานมาก ให้เอาครีมในโอริโอออกค่ะ เพราะถ้าผสมไปพร้อมครีมจะทำให้ค่อนข้างหวาน
2. เวลาตีวิปครีมต้องตีให้ได้ที่ ระวังอย่าให้เหลวหรือแข็งเกินไป เพราะถ้าเหลวจะทำให้มูสเหลวไป แข็งไปก็จะแยกตัวใช้ไม่ได้
3. เวลากรุฐานต้องกรุให้แน่เลยค่ะไม่งั้นเวลาเราตัดมันจะแตกออก ถ้าอย่างนั้นถือว่ายังได้ผลลัพธ์ที่ไม่ดี



ก่อนเสริฟดิฉันแต่งหน้าด้วย ดาร์กช็อกโกแลต ให้พอดูดีมีชาติตระกูลขึ้นมาหน่อยน่ะค่ะ อะไรที่ทำแล้วดูสวยก็น่าทานจริงมะ

สูตรนี้อร่อยนะขอบอก ลองทำดูไม่เชื่อ ทำง่ายด้วย

วันศุกร์ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2552

เค้กวนิลาสตอเบอร์รี่ ออเดอร์ส่งร้านอาหาร







ไม่มีคำบรรยายมากค่ะ เพียงแต่อยากจะเอารูปเค้กที่เพิ่งทำมาอวดโฉมกันหน่อยเผื่อจะเป็นไอเดียแต่งหน้าเค้ก เค้กนี้พื้น ๆเลยค่ะ ตัว วนิลาชิฟฟ่อนเค้ก แต่สูตรนี้ลดแป้งให้เหลือแค่ ถ้วยเดียว ทำให้ตัวเค้กนุ่มมากๆเลยค่ะ สูตรเดิมที่เคยทำจริง ๆก็ใช้ได้แต่เค้กจะมีน้ำหนักมากกว่า ถ้าแต่งหน้าด้วยบัตเตอร์ครีมก็จะเหมาะ แต่นี่แต่งหน้าด้วยครีมสด คือดิฉันชอบมากกว่า ถ้าเป็นครีมสดกับเค้กเนื้อนุ่ม ๆ

เวลาแต่งหน้าเค้กด้วยครีมสดเนี่ย จะปาดให้เรียบยากกว่าบัตเตอร์เค้กหน่อย เคล็บลับคือ เวลาปาด ควรจุ่มที่ปาดเค้กลงในน้ำก่อนแล้วนำมาปาด ส่วนตัวดิฉันจะมีกระบอกน้ำทรงลึก ไว้จุ่มไปปาดไปน่ะค่ะ ทำให้เค้กเรียบง่ายขึ้น เท่านี้แหละค่ะนำเกล็ดเล็กเกล็ดน้อยมากฝาก จริงๆ เป็นเกล็ดความรู้ที่ได้จากประสบการณ์ที่ฝึกฝนอยู่บ่อยๆ ลงมือปฏิบัติจนแน่ใจ เลยบังอาจนำมาเผยแพร่ซะเลย

วันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2552

Chocolate ribbon cake (เค้กช็อกโกแลตกับช็อกโกแลตริบบิ้น)






ทำเค้กอีกแล้ว ช่วงนี้เลยไม่ได้เขียนเรื่องอื่นเท่าไหร่เลย เค้กอย่างเดียวเลย ที่เห็นเป็นเค้กช็อกโกแลต แต่งหน้าและสอดไส้ด้วยกล้วยหอมกับวิปครีม สูตรตัวเค้กดูได้จากที่นี่ค่ะ
ส่วนโบว์ที่เห็นอยู่บนเค้กทำจากช็อกโกแลต ดูสูตรได้ที่นี่ค่ะ พอดีทำเก็บไว้ในตู้เย็นนึกอะไรไม่ออก ก็เลยแต่งหน้าแบบนั้นเลย


จะสังเกตเห็นว่าโบว์จะเหมือนเปียก ดิฉันพลาดอีกแล้วค่ะ ด้วยความที่อยากจะให้มันเงา ก็เอาน้ำผึ้งไปทา จริง ๆไม่ควรทำ เพราะช็อกโกแลตมีไขมัน จะไม่ทำให้ช็อกโกแลตดูเงา นอกจากจะเห็นว่าน้ำผึ้งจับตัวกันเป็นหย่อม ๆ เหมือนกับเปียก

การจะให้ช็อกโกแลตเงาอยู่ที่อุณหภูมิและส่วนผสม แต่ช็อกโกแลตริบิ้นที่ทำ มีส่วนผสมของน้ำเชื่อม หรือน้ำผึ้ง ก็จะไม่มันเงา จะออกด้าน ๆ โดยปกติ

ดิฉันคิดว่าอยากให้ดูเงา ๆหน่อยก็เลยทำอย่างที่ว่าแหละค่ะ จริงๆ ควรทาด้วยน้ำมันอะไรพวกนี้น่ะค่ะ ตะแบง ฮิๆๆ


ส่วนในภาพเห็นว่า วิปครีมน้อยไป วันที่ทำ ฝากคุณสามีซื้อวิปครีมมา คุณพี่เค้าซื้อมากระป๋องเดียว ก็เลย กระดำกระด่างอย่างที่เห็นน่ะค่ะ วิปครีมไม่พอ ใช้สอดไส้ซะมากไปหน่อย หน้าเค้กเลยอย่างที่เห็น ฮิๆ

วันพุธที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2552

สูตรขนมปังลูกเกต



เห็นว่าทำขนมปังพอได้ดีก็เลยทดลองใหม่เพื่อความมั่นใจ สูตรนี้ได้มาจากทางอินเตอร์เน็ต ใช้ได้ค่ะ รสชาติดี ออกหวาน ๆนิดหน่อย หอมเนย ใครอยากลองทำเอาสูตรไปลองดูแล้วกันเนอะ


แต่ดิฉันใช้สูตรนี้แล้ว ตอนใส่เนยแล้วเหมือนว่าเนยมันจะเยอะไป มันแหยะ ต้องเติมแป้งเข้าไปอีกหน่อย หรืออาจจะเป็นที่กิโลที่ใช้ชั่งก็ได้ เนื้อขนมปัง นุ่มดี มีน้ำหนัก หอมเนยด้วย แต่บอกไม่ถูกอ่ะค่ะ ยังไม่ค่อยปลื้มเท่าไหร่ หรือไปยึดติดกับขนมปังลูกเกตที่เคยซื้อทานไม่รู้ เนื้อจะเหนียวกว่า

ดิฉันคงพลาดเองแหละค่ะ เพราะในภาพต้นฉบับ ดูดีกว่านี้อ่ะ น่าจะพลาดตอนชั่ง (ชัดเจน ฮิๆ) หรือไม่ก็ตอนนวดแหละค่ะ

ถ้าใครลองใช้สูตรนี้ทำแล้วได้ประสบการณ์ยังไงมาเล่าสู่กันฟังมั่งนะค่ะ

ส่วนผสม
200 g แป้งขนมปัง
1 tsp ยีสต์แห้ง
2 tbsp น้ำตาล
½ tsp เกลือ
25 g เนยจืด (นิ่ม)
140 ml นมสด
100 g ลูกเกด
2 tbsp น้ำเปล่า
Egg wash ไข่ 1 ฟอง + น้ำ 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ
1.แช่ลูกเกดในน้ำ ประมาณ 2 ชั่วโมงขึ้นไป หรือแช่ทิ้งไว้ข้ามคืนเลยค่ะ (ที่ต้องแช่น้ำเพราะถ้าใช้ลูกเกตแห้ง เวลาผสมในแป้งแล้วลูกเกตจะดูดน้ำในขนมปังทำให้เนื้อขนมปังแห้ง)
2.เตรียมพิมพ์โดยทาเนยที่พิมพ์ หรือวางกระดาษรองอบไว้ด้านใน
3.ใส่แป้ง ยีสต์ น้ำตาล เกลือ แล้วคนให้เข้ากัน
4.เทนมลงไปในชามแป้ง ใช้ช้อนอันใหญ่คนให้เข้ากัน มือก็ได้ค่ะ ผสมให้เข้ากัน
5.นำออกจากชาม บนโต๊ะพื้นเรียบ หรือจะนวดในภาชนะใบใหญ่ก็ได้ แล้วแต่สะดวกค่ะ
6.จากนั้นใส่เนยลงไป นวดประมาณ 10นาทีจน เนียนและยืดหยุ่นดี
รีดให้เป็นแผ่น แล้วโรยลูกเกดลงไป นวดเล็กน้อยให้ลูกเกด กระจายทั่วเนื้อขนมปัง
7.นำใส่ลงในชามที่ทาเนยไว้บางๆ พักไว้จนขึ้นเป็น 2 เท่า ประมาณ 1 ชั่วโมง
8.นำออกจากชามรีดเป็นวงกลมขนาดประมาณ 18 เซนติเมตร แล้วม้วนเป็นแท่ง
9.ตัดเป็น 2 ก้อน แล้วปั้นให้กลม วางลงในพิมพ์ที่เตรียมไว้

วันอังคารที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2552

เค้กช็อกโกแลต ตกแต่งด้วยช็อกโกแลตพลาสติก




ทางร้านอาหารของเพื่อนโทรมาบอกว่าต้องการเค้กด่วน มีคนจะจัดปาร์ตี้วันเกิดที่ร้าน ก็เลยต้องลงมือทำเค้กแต่เช้าเลย ก่อนที่จะนำเค้กไปส่งตอน 10 โมงเช้า วันนี้ทำเค้กช็อกโกแลตที่เคยลงไว้ ดูได้ที่นี่ค่ะ ส่วนมากก็จะทำสูตรเดิม ๆ เพราะเค้กที่นิยม ก็จะเป็นวนิลา และช็อกโกแลตเค้ก ดิฉันเลือกแต่งหน้าด้วยวิปครีม

ถ้าดูจากภาพ จะเห็นช็อกโกแลตเป็นรูปพัดอยู่ วันนี้ตั้งใจจะมาบอกวิธีทำช็อกโกแลตพลาสติก (chocolate plastic) หรือ Chocolate Clay
ส่วนผสมถ้าเป็นดาร์กช็อกโกแลต
10 oz ช็อกโกแลตกึ่งหวาน semi sweet chocolate chip หรือจะใช้แบบแท่งก็ได้แต่ต้องหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ เพื่อให้ละลายง่ายขึ้น
1/3 ถ้วย น้ำเชื่อมข้าวโพด (light Corn syrup)ดิฉันใช้น้ำผึ้งแบบกลิ่นดอกไม้ ชอบกลิ่นของน้ำผึ้งค่ะ ใช้ได้เหมือนกัน

วิธีทำ
1.ละลายช็อกโกแลต โดยใช้ หม้อใส่น้ำเล็กน้อย แล้ววางถ้วยทนความร้อนข้างบน โดยที่ก้นถ้วยไม่ถูกน้ำ หรือใช้หมอแบบ double boiler ดิฉันใช้แบบวิธีแรก ลูกทุ่งหน่อยแต่ใช้ได้เหมือนกัน
2.พอช็อกโกแลตละลายก็ ยกลง แล้วเติมน้ำเชื่อมลงไป หรือจะใช้น้ำผึ้งแทนน้ำเชื่อมก็ได้ แต่ราคาจะสูงกว่า แล้วคนจนช็อกโกแลตเริ่มเกาะตัวจนเป็นก้อน ช็อกโกแลตจะมีลักษณะปั้นได้ แรปด้วยพลาสติก ทิ้งไว้ในอุณหภูมิห้องจนเย็น ประมาณ 6 ชั่วโมง หรือข้ามคื้น
3.นำมานวดจนนุ่มลง หรือน้ำเข้าไมโครเวฟประมาณ10 วินาที เท่านี้ก็ใช้ได้แล้วค่ะ แล้วก็ทำเป็นรูปตามที่ต้องการเลยค่ะ

จริง ๆแล้วดิฉันพักไว้พอเย็นไม่ได้ทิ้งไว้ 6 ชั่วโมงตามสูตรหรอกค่ะ เพราะอากาศที่นี่ค่อนข้างเย็น พอเย็นปั้นได้ก็ลุยเลย ฮิๆ อยากให้ได้เรียนรู้สูตรจริง ๆก่อน แล้วปฏิบัติจริงๆ จะเป็นไงนั้นแล้วแต่วิธีการของแต่ละคนค่ะ

พอทำเสร็จดิฉันก็ห่อเก็บไว้ในตู้เย็น ไว้โดยแรปด้วยพลาสติก ช็อกโกแลตจะแข็งมาก เวลาจะใช้ก็นำเข้าไมโครเวฟซักประมาณ 10 วินาที ก็จะนุ่มและปั้นได้เหมือนเดิม

หากใครชอบสีสันให้ใช้สูตร ไวท์ช็อกโกแลต1 lb ไวท์ช็อกโกแลต (white chocolate)
1/2 ถ้วย น้ำเชื่อมข้าวโพด (light corn cyrup)
สีผสมอาหาร
วิธีการเหมือนกันทุกอย่าง เพียงแต่เวลาใช้ นำมานวด แล้วเติมสีผสมอาหารลงไป นวดจนสีเข้ากับเนื้อช็อกโกแลต อย่าลืมสวมถุงมือก่อนนะค่ะ และถ้าต้องการให้มีหลาย ๆ สี ก็ตัดแบ่ง แล้วผสมสีด้วยวิธีการเดียวกัน แล้วก็อย่าลืมเปลี่ยนถุงมือเช่นกัน ไม่อย่างนั้นสีจะปนกันกลายเป็นสีแบบเน่า ๆ คือด้วยความขี้เกียจเจอมาแล้ว ฮิๆ

วันเสาร์ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2552

สูตรขนมปังไส้กรอกนุ่มๆ



วันนี้นึกอะไรไม่ออก ก็หาเรื่องอ้วนซะเลย พอดีนั่งเล่นเน็ตทั้งวันไปเจอสูตรขนมปังที่ช่วยให้วันนี้ทำขนมปังสำเร็จจนได้ กว่าจะได้อย่างนี้ก็ทุลักทุเลน่าดูเหมือนกัน

ก่อนที่จะแนะนำให้ปฏิบัติตาม ถ้าใครรู้ว่าเค้าชั่งน้ำ 150 กรัม ยังไงช่วยบอกด้วยแล้วกันค่ะ เพราะว่า ตามสูตรบอกว่ามีน้ำ 150 กรัม แต่ตัวเองไม่รู้ว่าน้ำตามที่บอกเนี่ยเค้าใช้ชั่งหรือว่ายังไงกัน ก็ไปชั่งกิโลซะงั้น ...

แล้วดูเหมือนว่าจะเยอะไปด้วยน่ะซิ

ลองดูสูตรต้นฉบับได้ที่

http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=beebie&date=29-09-2005&group=2&gblog=8 (ขอบคุณคะ)


ตอนผสมส่วนผสมแห้งกับส่วนผสมของน้ำ แป้งเลยออกมาเหลวมาก ๆ ก็เลยแก้ด้วยการเติมแป้งเข้าไปเรื่อย ๆ แต่ไม่มากนะค่ะ ค่อย ๆเติมจนพอนวดแล้วติดมือนิด ๆ แต่ก็เริ่มนวล ก็เติมเนยสด แล้วนวดจนนวลไม่ติดมือ แป้งจะนิ่มมาก นวดจนกล้ามขึ้นเลยค่ะ คือใช้เวลานานนิดนึง

ทำความเข้าใจแล้วก็มาดูสูตรกันเลย

ขนมปังไส้กรอก

ส่วนผสม (อ่านคำแนะนำด้านบนก่อนนะค่ะ)
- แป้งขนมปัง 150 กรัม
- แป้งเค้ก 100 กรัม
- ยีสต์แห้ง 1 ช้อนชา หรือประมาณครึ่งซอง
- น้ำตาลทราย 35 กรัม
- เกลือ 1/2 ช้อนชา
- นมผง 20 กรัม
- น้ำอุ่น 150 กรัม
- ไข่ไก่ 1 ฟอง ตีให้แตกแล้วแบ่งออกเล็กน้อยไว้สำหรับทาหน้าขนมปัง
- เนยสด 35 กรัม ทิ้งไว้ที่อุณหภูมิห้อง
- ไส้กรอกหรือฮอตด็อกที่ชอบ 10 ชิ้น

วิธีทำ
1. ร่อนแป้งเค้ก+แป้งขนมปัง+ยีสต์ และคอฟฟี่เมตเข้าด้วยกัน
2. ละลายน้ำอุ่น+น้ำตาล และเกลือ เข้าด้วยกัน เติมไข่ตีลงไป จากนั้นคนๆให้เข้ากัน เทลงไปในส่วนแป้ง นวดให้เข้ากัน
3. เติมเนยสดอ่อนตัว นวดต่อจนได้ที่คือสามารถขึงออกเป็นแผ่นฟิล์มบางๆได้ ใช้เวลานานนิดนึง แล้วแต่ใช้มือหรือใช้เครื่องค่ะ
4. เมื่อนวดได้ที่แล้วก็คลุมไว้ด้วยพลาสติกแรป พักแป้งไว้ให้ขึ้นเป็น 2 เท่า อากาศร้อนๆก็ใช้เวลาประมาณ 45-60 นาที ทดสอบได้โดยใช้นิ้วจิ้มลงไปแล้วโดคงรูปไม่เด้งขึ้นมาตามนิ้วก็ใช้ได้แล้วค่ะ
5. นำโดมาคลึงเป็นท่อนยาวๆ ตัดแบ่งน้ำหนักก้อนละประมาณ 50 กรัม 10 ก้อน คลุมไว้ด้วยผ้าชื้นๆหรือพลาสติกแรปก็ได้ค่ะ
6. นำโดมาคลึงให้เป็นเส้นยาว แล้วกดให้เป็นแผ่นหนา ๆ แล้วนำไปม้วนไส้กรอก จริง ๆตามสูตรเค้าใช้วิธีการ แผ่เป็นวงรีแบนๆ วางไส้กรอกและชีสลงไป ม้วนเก็บตะเข็บให้สนิท วางด้านตะเข็บลงบนถาดรองด้วย Baking Sheet หรือถ้าไม่มีใช้วิธีทาเนยขาวบางๆที่ก้นถาดก็ใช้ได้ค่ะ พักโดไว้อีกรอบโดยคลุมพลาสติกแรปไว้ประมาณ 30-60 นาที แล้วแต่สภาพอากาศค่ะ ถ้าร้อนก็ขึ้นเร็วหน่อย
7. พอพักแป้งใกล้ครบกำหนดก็ให้วอร์มเตาอบไว้ที่ 400 องศาฟาเรนไฮต์ คือประมาณ 200องศาเซลเซียส จากนั้นนำขนมปังมาทาหน้าด้วยไข่ไก่ตี ถ้าใครไม่ชอบสีเข้มก็หยอดน้ำลงไปในไข่นิดนึงก็ได้นะคะ ภาพที่เห็นไม่ได้ผสมน้ำเลย ทาเสร็จก็นำขนมปังเข้าอบประมาณ 8-10 นาทีก็ทานได้แล้วค่ะ สูตรนี้เป็นสูตรเล็กนะคะ ได้ขนมปังแค่ 10 ชิ้นค่ะ


ได้ขนมปังออกมานุ่มภูมิใจมาก เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่ทำขนมปังนวดด้วยมือแล้วสำเร็จ อิๆ



วันอาทิตย์ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2552

Mini Berries Cheese Cake มินิเบอรี่ชีสเค้ก







วันนี้ต้องเตรียมอาหาร และขนมไว้สำหรับรับแขกพรุ่งนี้เช้า ก็เลือกทำชีสเค้ก ก็หาอะไรที่มีอยู่ในตู้เย็นแหละค่ะ คิดอะไรไม่ออก ชีสเค้กเลย ง่าย และก็ดูหรูดี
ใช้สูตรนิวยอร์กชีสเค้ก ได้มาจาก ลิงค์นี้ค่ะ http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=jjbd&month=23-11-2007&group=29&gblog=12

นิวยอร์คชีสเค้ก

ส่วนผสม
แครกเกอร์บดละเอียด 1 1/2 ถ้วย
น้ำตาล 2 ช้อนโต๊ะ
เนยละลาย 6 ช้อนโต๊ะ
ครีมชีส(8 ออนซ์) 2 ก้อน (อุณภูมิห้อง )
น้ำตาลทราย 3/4 ถ้วย
วิปปิ้งครีม 6 ช้อนโต๊ะ
ซาวด์ครีม 1/2 ถ้วย (ส่วนตัวใช้โยเกิร์ตรสธรรมชาติแทน)
ไข่ไก่ 2 ฟอง (อุณภูมิห้อง)
กลิ่นวานิลลา 1/2 ช้อนโต๊ะ
แป้งสาลี 2 ช้อนโต๊ะ
ผิวเลมอน 1 ช้อนโต๊ะ (ส่วนตัวตอนทำไม่ได้ใส่ผิวเลมอน เป็นมะนาวลูกเหลืองๆ มีแต่มะนาวเขียวเลยบีบน้ำใส่ไปแทน รสชาติใช้ได้เลยนะ ใส่ไป 1 ลูกค่ะ)

วิธีทำ
1. อุ่นเตาอบไว้ที่อุณหภูมิ 325 F
2. นำแครกเกอร์บดกับเนยละลายและน้ำตาลให้ชามผสม ผสมทุกอย่างให้เข้ากัน จากนั้นนำไปกรุในพิมพ์ Spingfrom ขนาด 9 นิ้ว ที่เตรียมไว้แล้วพักไว้ก่อน
3. ตีครีมชีสกับน้ำตาลใช้ความเร็วต่ำให้เนียน จากนั้นใส่แป้ง แล้วใส่ไข่ลงไปทีละฟอง ตีผสมให้เข้ากันดี เติมวิปปิ้งครีม ซาวด์ครีม กลิ่นวานิลลาและผิวมะนาวตามลงไป ตีผสมจนเข้ากันเป็นเนื้อครีมเนียนจากนั้นเทใส่พิมพ์ที่เตรียมไว้
4. อบชีสเค้กในเตาอบเป็นเวลา 45-60 นาที เมื่ออบเสร็จให้ปิดเตาอบแล้วทิ้งเค้กใว้ในเตาอบประมาณ 1 ชั่วโมงเพื่อกันไม่ให้เค้กหน้าแตก แล้ววางให้เย็นในอุณหภูมิห้อง ประมาณ 2 ชั่วโมง จึงนำเข้าแช่ตู้เย็น อย่างน้อย 6 ชั่วโมงก่อนเสริฟ เวลาจะเสิร์ฟก็ตกแต่ง ด้วย ซอสผลไม้ หรือ Topping อื่นๆ ตามชอบได้เลย

สูตรนี้ตามเจ้าของสูตรเค้าอบในพิมพ์ขนาด 9 นิ้ว ดิฉันดัดแปลงตามใจตัวเองอีกแล้วอ่ะค่ะ ก็ออกมาอย่างที่เห็น ใช้ได้เหมือนกันนะ
ส่วนท็อปปิ้งก็ใช้เบอรี่กระป๋องที่เค้าไว้แต่งหน้าเค้ก มาราดง่ายดี แล้วแต่งด้วยเบอรี่สดให้ดูหรูหราขึ้น..