แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เค้ก แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เค้ก แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2553

เค้กกระเช้าผลไม้ basket cake ของขวัญงานหมั้น




วันนี้ไม่มีสูตรมาบอก แต่มีผลงานชิ้นโบว์แดงมาอวด

เมื่อวานไปงานหมั้นของญาติ ซึ่งเป็นชาวบังกลาเทศ ตามธรรมเนียม เค้าจะมีการจัดงานเพื่อทำการเพ้นมือเจ้าบ่าวเจ้าสาว ด้วยเฮนนา หรือใบเทียนบ้านเราน่ะค่ะ ให้มีลวดลายสวยงามบนมือ ก่อนวันแต่งงาน

ในงานก็มีการจัดกระเช้าของขวัญไปให้ถ้าเป็นญาติฝ่ายเจ้าสาวก็จะจัดเตรียมไปให้ทางฝ่ายเจ้าบ่าว เรียกได้ว่าแข่งกันจัดถาดแฟนซีน่ะค่ะ ดิฉันทำเ็ป็นเค้กรูปตะกร้าผลไม้ ขอบอกว่า เกิดค่ะ แขกในงานชอบกันใหญ่เลย แอบเขินอยู่เหมือนกัน ไม่คิดว่าตัวเองจะทำได้ ไว้รอบหน้าจะนำภาพบรรยากาศในงานมาฝากกันค่ะ

วันเสาร์ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

เค้กแครอท (carrot cake)




นำสูตรเค้กแครอทแสนง่าย สำหรับ คนมือใหม่หัดทำ บอกได้เลยว่าถึงจะมือใหม่แค่ไหน ก็ได้ผลดีทั้งนั้นจ้า

สูตรตามนี้เลย
แป้งอเนกประสงค์ 200 กรัม
ผงฟู 1 ช้อนชา
โซดาไบคาร์บอเนต 1 ช้อนชา
อบเชยป่น 1/2 ช้อนชา
นัตแมค 1 ช้อนชา (ไม่ใส่ก็ได้ใส่ก็หอมดีค่ะ)
เกลือ นิดหน่อย ซัก 1/4 ช้อนชา
ไข่ไก่ 3 ฟอง
น้ำตาลทรายแดง 150 กรัม
น้ำมันพืช (ใช้น้ำมันอะไรก็ได้อย่างดีนะค่ะ เพื่อสุขภาพ) 200 มิลลิลิตร
แครอทขูดฝอย 200 กรัม
ผิวส้ม 2 ลูก
ลูกเกต 3 ช้อนโต๊ะ
จริง ๆแล้วในสูตรจะมีพีแคนนัตด้วย แต่ไม่ชอบใส่ถั่วค่ะเลยใส่ผลไม้แห้งอื่นแทน ไม่ได้ทำให้หวานมากแถมเวลาทาน มีรสเปรี้ยวแซมนิดหน่อยอร่อยดีค่ะ
ดิฉันใช้ แอปปริคอทแห้งหั่นเป็นชิ้นเล็ก ซัก 2 ช้อนโต๊ะ และลูกพรุน หันเป็นชิ้นเล็ก 2 ช้อนโต๊ะ
ส่วนนี้เป็นเพียงตัวเลือกนะค่ะจะไม่ใส่ก็ได้
มาถึงวิธีทำกันละนะ
อุ่นเตาอบที่อุณหภูมิ 15 องศา c
1. นำแป้ง ผงฟู โซดา อบเชยป่น นัทแมค เกลือ ผสมร่อนให้เข้ากัน พักไว้
2. นำไข่ไก่ ตีกับน้ำตาล จนน้ำตาลละลาย ไม่ต้องตีจนฟูหรอกค่ะเมื่อย ฮิๆๆ พอเข้ากันน้ำตาลละลายแล้วก็เติมน้ำมันลงไป
3. เติมแครอท ผิวส้มขูด ผลไม้แห้งต่าง ๆคลุกให้เ้ข้ากัน
4. นำมาผสมกับแป้ง ใช้พายยางหรืออะไรก็ได้ค่ะ คลุกพอเข้ากันไม่เห็นแป้งเป็นก้อน
6. จัดการเทใส่พิมพ์แล้วน้ำเข้าเตาอบที่อุณหภูมิ 150 องศา c
อบจนสุขหน้าจะเริ่มแตก ใช้ไม้จิ้มดู ถ้าแห้งไม่มีอะไรติดไม้ออกมาเป็นอันใช้ได้ค่ะใช้เวลาเกือบ ๆชั่วโมงเหมือนกันค่ะ

ออกมาหน้าตาจะเป็นอย่างในภาพค่ะ

วันอาทิตย์ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

cake decorating idea. ไอเดียแต่งหน้าเค้ก

นี่เป็นผลงานล่าสุดที่ผ่านมา นำมาฝากกันเป็นไอเดียแต่งหน้าเค้ก
Hi, I have nothing much to say just want to show you my latest cake pictures . Hope it useful for the one who is looking for cake decorating idea.

Custard Strawberry Cake

Vanilla Butter Cake
Orange Vanilla Fresh cream Cake

Vanilla+Strawberry Cake
Chocolate ganache

Black frorest cake














วันอังคารที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

ไอครีมโคนคัพเค้ก ice cream cone cupcakes.







อันนี้ขอบอกว่า ได้สูตรจากบล็อกดี ๆ บล็อกนี้เลยค่ะ ลองกดไปเยี่ยมชมดูเนอะ เค้าใจดีค่ะ มีสูตรพร้อมภาพประกอบด้วย ทำง่ายม๊าก มาก ลองทำดู

มีภาพเค้กมาฝากอีกแล้ว



วันนี้ได้ออเดอร์ เพิ่งส่งไปสด ๆร้อนค่ะ เค้กนี้ใช้สูตร ชิฟฟ่อนวนิลา แต่ลดแป้งเหลือแค่ 100 g ลดน้ำมันเหลือ 1/4 แล้วเพิ่มไข่อีก1 ฟองค่ะ นุ่มดีเหมาะสำหรับทำเค้ก 8 นิ้ว

จากนั้นแต่งหน้าด้วยครีมสด ตกแต่งด้วยผลไม้ กับช็อกโกแลตแต่งหน้าเค้ก ส่วนวิธีทำช็อกโกแลตแต่งหน้าเค้กพร้อมวีดีโอ ให้ดูที่นี่ค่ะ

วันพุธที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2552

มีเค้กมาอวดอีกแล้ว

วันนี้เอาภาพไปอย่างเดียวเนอะ ไว้เป็นไอเดียแต่งหน้าเค้ก พอดีได้ออเดอร์ลูกค้าเพิ่งมารับไปสด ๆร้อน ๆเลยค่า...









วันเสาร์ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2552

มีไอเดียแต่งหน้าเค้กมาฝากค่า...




ไม่มีอะไรใหม่หรอกค่ะ เพียงแต่วันนี้ทำเค้กส่งร้านอาหารเพื่อน พอดีทางร้านมีลูกค้าสั่งอาหารเพื่อจัดเลี้ยงวันเกิด ก็เลยแถมเค้กฟรี เค้าสั่งเยอะน่ะค่ะ เป็นโปรโมชั่นช่วงนี้ ดิฉันก็ได้รับผลพลอยได้ไปด้วย
ก็เดิม ๆค่ะ เพราะไม่ต้องการให้ต้นทุนสูง มีอะไรอยู่ก็ใช้ตกแต่งเข้าไป
วันนี้นำภาพมาฝากเพื่อนๆ เผื่อเป็นไอเดียในการแต่งหน้าเค้ก
สูตรตัวเค้ก ก็เป็น วนิลาชิฟฟ่อน ใครอยากได้ตัวเค้กที่นิ่มกว่านี้ก็ลดแป้งลงนะคะ ให้เหลือซัก 1 ถ้วย เคยลดแป้งลงเหลือถ้วยเดียว เนื้อเค้กนุ่มมาก ๆ สูตรที่ให้ไว้นั้นจะได้เนื้อเค้กที่มีน้ำหนัก แต่ก็ไม่แข็งนะค่ะนุ่มดีเหมือนกัน จากนั้นก็ตกแต่งด้วยครีมสด กับส้มแล้วช็อกโกแลต ก็พยายามหาอะไรที่ไม่ต้องซื้อใหม่น่ะค่ะเพราะจะได้ลดต้นทุน ฮิๆ


วันอังคารที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2552

มัฟฟินกล้วยหอม

หลังจากที่ห่างหายจากการอัปเดทไปหลายวัน นึกไม่ออกน่ะค่ะว่าจะนำเสนอเรื่องอะไรดี พอดีวันนี้ว่างๆหันไปเห็นกล้วยหอมในครัวเริ่มเปลี่ยนสี กลัวจะเน่าซะก่อน เลยนำมาทำมัฟฟินซะเลย แต่ขอบอกว่า กล้วยหอมที่กำลังสุกงอมมาก ๆ เนี่ยเหมาะที่สุดเลยสำหรับการทำ มัฟฟินหรือเค้กกล้วยหอม วันนี้ก็เลยมีภาพ และสูตรมัฟฟินกล้วยหอมมาฝากกัน






ส่วนผสม
แป้งอเนกประสงค์ 1 3/4 ถ้วย (245 g)
น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วย (100 g)
น้ำตาลทรายแดง 1/4 cup (50 g)
ผงฟู 1 ช้อนชา
เบคกิ้งโซดา 1/2 ช้อนชา
เกลือ 1/4 ช้อนชา
ไวท์ช็อกโกแลต หั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ 2 ออนซ์ (65 g)
ไข่ไก่ ใบใหญ่ 2 ฟอง ตีพอแตก
เนยละลาย หรือมาการีน 8 ช้อนโต๊ะ (113 g)
กล้อยหอมสุกบดละเอียด 3 ผล (ประมาณ 1 ปอนด์ หรือ 454 gหรือประมาณ 1 -1/2 ถ้วย
กลิ่นวนิลา 1 ช้อนชา
กล้วยหอมฝานเป็นชิ้นไว้แต่งหน้าเล็กน้อย

วิธีทำ
1. เตรียมเตาอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส และพิมพ์ถาด้วยน้ำมันหรือเนย
2. ผสม แป้ง น้ำตาลทรายแดง,น้ำตาลทราย,ผงฟู ,เบคกิ้งโซดา เกลือ และไวท์ช็อกโกแลต ให้เข้ากันแล้วพักไว้
3. ผสม กล้วยหอมบดละเอียด,เนยละลาย,ไข่ไก่ที่ตีแล้วพอแตก, กลิ่นวนิลา ให้เข้ากัน ระวังอย่าคนมากเกินไป ผสมพอเข้ากัน
4. นำส่วนผสมทั้งสองมาผสมให้เข้ากัน ใช้พายยาตะล่อมให้พอเข้ากัน อย่าคนมากจนเกินไปจะทำให้เหนียวค่ะ
5. ตักใส่พิมพ์ แต่งหน้าโดยการฝานกล้วยเป็นแผ่น แล้ววางไปบนหน้ามัฟฟินค่ะ จากนั้นนำเข้าเตาอบจนสุกค่ะ ไม่ได้ดูเวลาค่ะว่าประมาณกี่นาที นั่งเล่นเน็ตเพลินไปหน่อย หันไปดูก็สุกพอดี
ทำง่ายมาก ๆ ไว้ทานกับน้ำชากาแฟ บ่าย ๆ ก็เข้ากั้นเข้ากันค่ะ ...
ใครอ่านบล็อกดิฉันแล้วเจออะไรที่น่าทาน แต่ไม่มีสูตร ถ้าสนใจอยากทำเขียนมาถามได้นะค่ะ บางทีก็ลืม ๆน่ะค่ะ พอกไว้ซะเยอะ กะว่าวันหลังค่อยลงสูตร ผลัดไปเรื่อยจนลืมไปเลย ฮิๆ

วันพฤหัสบดีที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2552

White chocolate Oreo mousse cake.เค้กโอริโอไวท์ช็อกโกแลตมูส


เค้กโอริโอไวท์ช็อกโกแลตมูส
มูสเค้ก สูตรนี้อร่อยมากมาก และก็ทำไม่ยากด้วย ไม่พูดพร่ำทำเพลงละนะ บอกสูตรเลยละกัน พอดีทำออกมาได้ค่อนข้างดีค่ะ ก็เลยว่าจะเอาสูตรมาเผยแพร่กันหน่อย

ส่วนผสมทั้งหมด
1. Oreo cookie พร้อมครีม 3 ห่อ ( ใช้สำหรับทำฐานเค้ก 2 ห่อ และสำหรับทำเนื้อเค้กมูส 1 ห่อ )
2. เนยละลาย 12 ช้อนโต๊ะ
3. นมจืด 1 1/4 ถ้วย
4. เจลาตินผง 7 กรัม หรือเกือบ ๆ 1 ช้อนโต๊ะ ส่วนตัวใช้เวจทาเรียนเจลาตินค่ะ เนื่องจากทานเจลาตินที่ทำจากสัตว์ไม่ได้
5. ไวท์ช็อคโกแลต 330 กรัม
6. วิปปิ้งครีม 2 ถ้วย

วิธีทำฐานเค้ก
1. นำโอริโอ 2 ห่อ บดหรือตำให้ละเอียดก็ได้ค่ะ ดิฉันใช้วิธีตำ ประหยัดไฟ เปลืองพลังงานส่วนตัวหน่อยแต่ก็ถือว่าได้ออกกำลังกาย ฮิๆ
2. จากนั้น เทเนยละลายใส่ลง คลุกให้เค้ากันอย่างดีเลยนะค่ะ
3. เมื่อส่วนผสมเข้ากันดีแล้ว ก็นำไปกรุใส่พิมพ์เค้ก ควรใช้พิมพ์ที่สามารถถอดก้นพิมพ์ได้นะคะ กดลงให้แน่นและเรียบ แล้วนำไปแช่ตู้เย็นไว้ จริง ๆตอนทำไมได้แช่หรอกค่ะ เพราะว่าไม่ได้อ่านวิธีทำ ฮิๆ

วิธีทำไวท์ช็อกโกแลตโอริโอมูส
1. เทนมใส่หม้อ แล้วใส่เจลาตินลงไป ผสมให้เข้ากันแล้วนำไปตั้งไฟ จนเจลาตินละลายหมด คนตลอดเวลา 2. เมื่อเจลาตินละลายแล้ว ยกลงจากเตาแล้วเติมไวท์ช็อกโกแลตลงไป คนตลอดเวลาด้วยตะกร้อมือ คนจนช็อกโกแลตละลายเข้ากับนม จะได้เป็นครีมข้น ๆ
3. พักไว้ซักครู่พอให้ช็อกโกแลตอุ่นลง แล้วนำไปหล่อในน้ำแข็ง (นำกะละมังใส่น้ำแข็งหรือน้ำเย็นจัด แล้วนำหม้อช็อกโกแลตวางซ้อนลงไป) พร้อมคนตลอดเวลา จนได้เหมือนกับนำข้นหวาน ต้องคนตลอดเวลานะค่ะ ย้ำเลย ไม่งั้นจะเป็นเม็ด ๆ
4. พักไว้ หันมาตีวิปปิ้งครีมในภาชนะอีกใบจนตั้งยอดอ่อน
5. นำวิปปิ้งครีมที่ตีจนตั้งยอดแล้ว ใส่ลงไปในส่วนผสมของไวท์ช็อคโกแลต คนด้วยไม้พายเบา ๆ ให้เข้ากัน คนเบา ๆ นะคะ
6. แล้วนำโอริโอที่เหลืออีก 1 ห่อ มาบิดเป็นชิ้นเล็ก ๆ ไม่ต้องบดนะค่ะ แค่บิเป็นชิ้น ๆ แล้วนำมาเทใส่ในส่วนผสม แล้วคนให้เข้ากัน
7. พอส่วนผสมเข้ากันดีแล้ว ก็นำไปเทใส่ในพิมพ์ที่เราแช่ตู้เย็นไว้ ดิฉันแช่ข้ามคืนเลยค่ะ หรืออย่างน้อย 6 ชั่วโมง ก่อนเสริฟ ดิฉันนำเข้าแช่แข็งอีกต่างหาก ได้เนื้อมูสคล้ายกับทานไอศครีมเลยค่ะ แต่ที่นำเข้าช่องแช่แข็งไม่ต้องตามก็ได้นะค่ะ แล้วแต่ชอบ จริง ๆแช่เย็นพอเซ็ทตัวก็เตรียมเสริฟได้เลย


เพิ่มเติมข้อควรระวังนิดนึงค่ะ เป็นการแนะนำ
1. ถ้าไม่ชอบหวานมาก ให้เอาครีมในโอริโอออกค่ะ เพราะถ้าผสมไปพร้อมครีมจะทำให้ค่อนข้างหวาน
2. เวลาตีวิปครีมต้องตีให้ได้ที่ ระวังอย่าให้เหลวหรือแข็งเกินไป เพราะถ้าเหลวจะทำให้มูสเหลวไป แข็งไปก็จะแยกตัวใช้ไม่ได้
3. เวลากรุฐานต้องกรุให้แน่เลยค่ะไม่งั้นเวลาเราตัดมันจะแตกออก ถ้าอย่างนั้นถือว่ายังได้ผลลัพธ์ที่ไม่ดี



ก่อนเสริฟดิฉันแต่งหน้าด้วย ดาร์กช็อกโกแลต ให้พอดูดีมีชาติตระกูลขึ้นมาหน่อยน่ะค่ะ อะไรที่ทำแล้วดูสวยก็น่าทานจริงมะ

สูตรนี้อร่อยนะขอบอก ลองทำดูไม่เชื่อ ทำง่ายด้วย

วันศุกร์ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2552

เค้กวนิลาสตอเบอร์รี่ ออเดอร์ส่งร้านอาหาร







ไม่มีคำบรรยายมากค่ะ เพียงแต่อยากจะเอารูปเค้กที่เพิ่งทำมาอวดโฉมกันหน่อยเผื่อจะเป็นไอเดียแต่งหน้าเค้ก เค้กนี้พื้น ๆเลยค่ะ ตัว วนิลาชิฟฟ่อนเค้ก แต่สูตรนี้ลดแป้งให้เหลือแค่ ถ้วยเดียว ทำให้ตัวเค้กนุ่มมากๆเลยค่ะ สูตรเดิมที่เคยทำจริง ๆก็ใช้ได้แต่เค้กจะมีน้ำหนักมากกว่า ถ้าแต่งหน้าด้วยบัตเตอร์ครีมก็จะเหมาะ แต่นี่แต่งหน้าด้วยครีมสด คือดิฉันชอบมากกว่า ถ้าเป็นครีมสดกับเค้กเนื้อนุ่ม ๆ

เวลาแต่งหน้าเค้กด้วยครีมสดเนี่ย จะปาดให้เรียบยากกว่าบัตเตอร์เค้กหน่อย เคล็บลับคือ เวลาปาด ควรจุ่มที่ปาดเค้กลงในน้ำก่อนแล้วนำมาปาด ส่วนตัวดิฉันจะมีกระบอกน้ำทรงลึก ไว้จุ่มไปปาดไปน่ะค่ะ ทำให้เค้กเรียบง่ายขึ้น เท่านี้แหละค่ะนำเกล็ดเล็กเกล็ดน้อยมากฝาก จริงๆ เป็นเกล็ดความรู้ที่ได้จากประสบการณ์ที่ฝึกฝนอยู่บ่อยๆ ลงมือปฏิบัติจนแน่ใจ เลยบังอาจนำมาเผยแพร่ซะเลย

วันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2552

Chocolate ribbon cake (เค้กช็อกโกแลตกับช็อกโกแลตริบบิ้น)






ทำเค้กอีกแล้ว ช่วงนี้เลยไม่ได้เขียนเรื่องอื่นเท่าไหร่เลย เค้กอย่างเดียวเลย ที่เห็นเป็นเค้กช็อกโกแลต แต่งหน้าและสอดไส้ด้วยกล้วยหอมกับวิปครีม สูตรตัวเค้กดูได้จากที่นี่ค่ะ
ส่วนโบว์ที่เห็นอยู่บนเค้กทำจากช็อกโกแลต ดูสูตรได้ที่นี่ค่ะ พอดีทำเก็บไว้ในตู้เย็นนึกอะไรไม่ออก ก็เลยแต่งหน้าแบบนั้นเลย


จะสังเกตเห็นว่าโบว์จะเหมือนเปียก ดิฉันพลาดอีกแล้วค่ะ ด้วยความที่อยากจะให้มันเงา ก็เอาน้ำผึ้งไปทา จริง ๆไม่ควรทำ เพราะช็อกโกแลตมีไขมัน จะไม่ทำให้ช็อกโกแลตดูเงา นอกจากจะเห็นว่าน้ำผึ้งจับตัวกันเป็นหย่อม ๆ เหมือนกับเปียก

การจะให้ช็อกโกแลตเงาอยู่ที่อุณหภูมิและส่วนผสม แต่ช็อกโกแลตริบิ้นที่ทำ มีส่วนผสมของน้ำเชื่อม หรือน้ำผึ้ง ก็จะไม่มันเงา จะออกด้าน ๆ โดยปกติ

ดิฉันคิดว่าอยากให้ดูเงา ๆหน่อยก็เลยทำอย่างที่ว่าแหละค่ะ จริงๆ ควรทาด้วยน้ำมันอะไรพวกนี้น่ะค่ะ ตะแบง ฮิๆๆ


ส่วนในภาพเห็นว่า วิปครีมน้อยไป วันที่ทำ ฝากคุณสามีซื้อวิปครีมมา คุณพี่เค้าซื้อมากระป๋องเดียว ก็เลย กระดำกระด่างอย่างที่เห็นน่ะค่ะ วิปครีมไม่พอ ใช้สอดไส้ซะมากไปหน่อย หน้าเค้กเลยอย่างที่เห็น ฮิๆ

วันอังคารที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2552

เค้กช็อกโกแลต ตกแต่งด้วยช็อกโกแลตพลาสติก




ทางร้านอาหารของเพื่อนโทรมาบอกว่าต้องการเค้กด่วน มีคนจะจัดปาร์ตี้วันเกิดที่ร้าน ก็เลยต้องลงมือทำเค้กแต่เช้าเลย ก่อนที่จะนำเค้กไปส่งตอน 10 โมงเช้า วันนี้ทำเค้กช็อกโกแลตที่เคยลงไว้ ดูได้ที่นี่ค่ะ ส่วนมากก็จะทำสูตรเดิม ๆ เพราะเค้กที่นิยม ก็จะเป็นวนิลา และช็อกโกแลตเค้ก ดิฉันเลือกแต่งหน้าด้วยวิปครีม

ถ้าดูจากภาพ จะเห็นช็อกโกแลตเป็นรูปพัดอยู่ วันนี้ตั้งใจจะมาบอกวิธีทำช็อกโกแลตพลาสติก (chocolate plastic) หรือ Chocolate Clay
ส่วนผสมถ้าเป็นดาร์กช็อกโกแลต
10 oz ช็อกโกแลตกึ่งหวาน semi sweet chocolate chip หรือจะใช้แบบแท่งก็ได้แต่ต้องหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ เพื่อให้ละลายง่ายขึ้น
1/3 ถ้วย น้ำเชื่อมข้าวโพด (light Corn syrup)ดิฉันใช้น้ำผึ้งแบบกลิ่นดอกไม้ ชอบกลิ่นของน้ำผึ้งค่ะ ใช้ได้เหมือนกัน

วิธีทำ
1.ละลายช็อกโกแลต โดยใช้ หม้อใส่น้ำเล็กน้อย แล้ววางถ้วยทนความร้อนข้างบน โดยที่ก้นถ้วยไม่ถูกน้ำ หรือใช้หมอแบบ double boiler ดิฉันใช้แบบวิธีแรก ลูกทุ่งหน่อยแต่ใช้ได้เหมือนกัน
2.พอช็อกโกแลตละลายก็ ยกลง แล้วเติมน้ำเชื่อมลงไป หรือจะใช้น้ำผึ้งแทนน้ำเชื่อมก็ได้ แต่ราคาจะสูงกว่า แล้วคนจนช็อกโกแลตเริ่มเกาะตัวจนเป็นก้อน ช็อกโกแลตจะมีลักษณะปั้นได้ แรปด้วยพลาสติก ทิ้งไว้ในอุณหภูมิห้องจนเย็น ประมาณ 6 ชั่วโมง หรือข้ามคื้น
3.นำมานวดจนนุ่มลง หรือน้ำเข้าไมโครเวฟประมาณ10 วินาที เท่านี้ก็ใช้ได้แล้วค่ะ แล้วก็ทำเป็นรูปตามที่ต้องการเลยค่ะ

จริง ๆแล้วดิฉันพักไว้พอเย็นไม่ได้ทิ้งไว้ 6 ชั่วโมงตามสูตรหรอกค่ะ เพราะอากาศที่นี่ค่อนข้างเย็น พอเย็นปั้นได้ก็ลุยเลย ฮิๆ อยากให้ได้เรียนรู้สูตรจริง ๆก่อน แล้วปฏิบัติจริงๆ จะเป็นไงนั้นแล้วแต่วิธีการของแต่ละคนค่ะ

พอทำเสร็จดิฉันก็ห่อเก็บไว้ในตู้เย็น ไว้โดยแรปด้วยพลาสติก ช็อกโกแลตจะแข็งมาก เวลาจะใช้ก็นำเข้าไมโครเวฟซักประมาณ 10 วินาที ก็จะนุ่มและปั้นได้เหมือนเดิม

หากใครชอบสีสันให้ใช้สูตร ไวท์ช็อกโกแลต1 lb ไวท์ช็อกโกแลต (white chocolate)
1/2 ถ้วย น้ำเชื่อมข้าวโพด (light corn cyrup)
สีผสมอาหาร
วิธีการเหมือนกันทุกอย่าง เพียงแต่เวลาใช้ นำมานวด แล้วเติมสีผสมอาหารลงไป นวดจนสีเข้ากับเนื้อช็อกโกแลต อย่าลืมสวมถุงมือก่อนนะค่ะ และถ้าต้องการให้มีหลาย ๆ สี ก็ตัดแบ่ง แล้วผสมสีด้วยวิธีการเดียวกัน แล้วก็อย่าลืมเปลี่ยนถุงมือเช่นกัน ไม่อย่างนั้นสีจะปนกันกลายเป็นสีแบบเน่า ๆ คือด้วยความขี้เกียจเจอมาแล้ว ฮิๆ

วันเสาร์ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2552

เค้กสองชั้นงานหมั้น









วันนี้อีกวันทั้งวันเลยที่นั่งบ้ากับเค้ก ได้ออกมาอย่างที่เห็นแหละค่ะ กว่าจะได้แถบแย่ เพราะงานชิ้นนี้ หลับหูหลับตารับ อากาศร้อนวันนี้แต่งหน้าเค้กยากมา เพราะเนยมันละลาย แต่ในที่สุดก็สำเร็จ เฮ้ย ...
จริง ๆ ก็แอบภูมิใจอยู่เหมือนกัน ทำได้ไงเนี่ย จริง ๆตัวเองไม่ได้ไปเรียนทำเค้กมาจากที่ไหนนะคะ แค่ดูวีดีโอจากยูธูบบ้าง เว็บโน้นบ้าง เว็บนี้บ้าง คิดว่าการศึกษาไม่ได้อยู่ที่โรงเรียนเสมอไป ถ้าตั้งใจจะรู้ก็แสวงหามัน ก็จะเจอแหละค่ะไม่ว่าเรื่องอะไร

วันศุกร์ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2552

เค้กช็อกโกแลต,ช็อกโกแลตทรัฟเฟิล
















วันนี้ทั้งวันวุ่นอยู่กับการทำเค้ก ขนม พอดีวันเสาร์นี้วันหมั่นของเพื่อน เค้าก็เลยสั่งขนมเรา แหมกว่าจะได้ตังค์นี่ง่ายซะที่ไหน ถือซะว่าฝึกมือ อีกอย่างดีกว่าอยู่ว่าง ๆไปวัน ๆ เหนื่อยมากเลย นั่นปลอบใจตัวเองซะงั้น ว่าจะเอาสูตรลง ไม่ไหวพิมพ์แล้วอ่ะ ไว้วันหลังแล้วกัน ฮ้อยยยย... ง่วง


วันอังคารที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2552

ชวนทำเค้กวนิลาแสนอร่อย









เนื่องจากได้อ้อเดอร์เค้กวันเกิด ก็เลยมีเค้กมาอวดอีกแล้วค่า.. ไม่อวดอย่างเดียวมีสูตรเค้กวนิลามาฝากด้วย สูตรนี้ทำไม่ยากเลย จะยากก็ตอนแต่งหน้าแหละค่ะ


ถ้าดูในภาพหน้าเค้กไม่ค่อยเรียบเท่าไหร่เพราะแต่งด้วยครีมสด แต่งยากกว่าบัตเตอร์ครีมค่ะ แต่ว่าอร่อยกว่าบัตเตอร์ครีม (ความเห็นส่วนตัว) อีกอย่างวันนี้อากาศขมุกขมัยยังไงไม่ทราบ อารมณ์ก็เลยบูด ๆ ตามไปด้วยอ่ะ หน้าตาเค้กยังสวยไม่ถูกใจ แต่รับรองว่ารสดีค่ะ
มาดูส่วนผสมกันเลย
แป้งเค้ก 1 3/4 ถ้วย 175 กรัม
ผงฟู 1 ช้อนชา
น้ำตาลทราย (1) 1/2 ถ้วย หรือ 100 กรัม
เกลือ หยิบมือค่ะ หรือประมาณ 1/4 ช้อนชา
ไข่แดง 3 ฟอง
ไข่ขาว 3 ฟอง
น้ำมันพืช 1/2 ถ้วย
น้ำ 1/2 ถ้วย
กลิ่นวนิลา 1 ช้อนชา
น้ำตาลทราย (2) 1/4 ถ้วย หรือ 50 กรัม
แนะนำก่อนลงมือทำซักหน่อย
น้ำตาลทรายควรใช้น้ำตาลทรายเนื้อละเอียดนะค่ะ จะได้เนื้อเค้กดี ละเอียด
วิธีทำ
1. เตรียมเตาอบ 180 C เตรียมพิมพ์เค้ก ด้วยการทาเนยที่พิมพ์แล้วตัดกระดาษไขรองพื้นพิมพ์ แล้วทาเนยบนกระดาษไขอีกที
2. ร่อนแป้งกับผงฟู และน้ำตาลให้เข้ากัน
3. แยกไข่ขาว และไข่แดง
4. ผสมไข่แดง น้ำ, น้ำมัน กลิ่นวนิลา ดีพอเข้ากัน
5. เทลงในส่วนผสมของแป้ง คนพอเข้ากันนะค่ะ อย่าคนมากเกินไป จะเป็นการสร้างตัวของกลูเตนทำให้เค้กมีเนื้อเหนียว พักแล้ว
6. ตีไข่ขาว พอขึ้นนวล แล้วค่อย เติมน้ำตาลทราย 2 ลงไปทีละน้อย อย่าเติมทีเดียวหมดนะค่ะจำทำให้ไข่ขาวยุบตัว เค้กจะไม่ฟูสวย
7. ตักไข่ขาวประมาณ 1/3 ส่วน ใช้พายยาง คนให้เข้ากับส่วนผสมของแป้ง แล้วจึงตักส่วนที่เหลือ ผสมพอเข้ากัน
8. เทใส่พิมพ์แล้วนำเข้าเตาอบประมาณเออกี่นาทีจำไม่ได้อ่ะค่ะ เอาเป็นว่าพอสุก ทดสอบว่าเค้กสุกด้วยการใช้ไม้จิ้มลงไปตรงกลางเค้ก ถ้าไม้แห้งไม่มีเนื้อเค้กติดออกมาเป็นอันว่าใช้ได้ค่ะ
ก่อนนำมาแต่งหน้าให้พักไว้ให้เย็น แล้วแต่งหน้าตามต้องการค่ะ
ภาพที่เห็นแต่งหน้าด้วยครีมสด
ส่วนผสม
ครีมสด (double cream)
น้ำตาลทราย
นำทั้งสองอย่างตีให้เข้ากันจนขึ้นฟู แล้วนำมาแต่งหน้าหรือสอดไส้เค้กตามต้องการค่ะ
ทีเหลือก็ ให้อารมณ์ศิลปินในตัวช่วยได้เลย ไม่ยากมีผลไม้อะไรก็ใส่เข้าไปตามชอบเลยค่า ดิฉันจะใส่สตอเบอรี่เป็นส่วนใหญ่เนื่อจาก จะมีติดตู้เย็นอยู่เสมอ อีกอย่างเวลาใช้แต่งหน้าเค้กแล้วดูสวยน่ารักดี...

วันพุธที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

Fresh Cream Chocolate Chiffon Cake




เค้กนี้ทำให้วันเกิดคนรู้จักอีกเหมือนกันค่ะ น่าจะประมาณเดือนที่แล้ว วันนี้ตั้งใจเอาสูตรมาฝาก เพราะเป็นสูตรที่ทำแล้วได้ผลดีเลยทีเดียวค่ะ เนื้อเค้กนุ่ม ชุ่มช่ำ รสชาติไม่หวานจัด

ส่วนผสม
แป้งเค้ก 1 ถ้วย
น้ำตาลทราย (1) 1 ถ้วย
ผงโกโก้ แบบไม่หวาน 3/4 ถ้วย
ผงฟู 2 ช้อนชา
เบคกิ้งโซดา 1 ช้อนชา
เกลือป่น นิดหน่อย
ไข่แดง 4 ฟอง
ไข่ขาว 6 ฟอง
ครีมออฟทาร์ทาร์ 1/2 ช้อนชา (ไม่ใส่ก็ได้ค่ะ)
น้ำตาลทราย (2) 1/2 ถ้วย
น้ำมันพืช 1/2 ถ้วย
กลิ่นวนิลา 1 ช้อนชา
น้ำเปล่า 1/2 ถ้วย

วิธีทำ
1. เตรียมเตาอบที่อุณหภูมิ 350 F หรือ 180C เตรียมพิมพ์ แล้วรองก้นด้วยกระดาษไขทาด้วยไขมัน
2. ร่อนแป้ง,น้ำตาลทราย (1), ผงโกโก้, เกลือ, เบคกิ้งโซดา, ผงฟู ให้เข้ากันแล้วพักไว้
3. ผสมน้ำมันพืช กลิ่นวนิลา น้ำเปล่า เข้าด้วยกัน พักไว้
4. ตีไข่แดงด้วยความเร็วสูงประมาณ 1 นาที แล้วลดความเร็ว ค่อย ๆเติมส่วนผสมของน้ำมันลงไปตีให้เข้ากัน
5. ค่อย ๆเติมส่วนผสมของแป้งลงไป ตีให้พอเข้ากัน อย่าตีนานเกินนะค่ะจะเป็นการสร้างกลูเตน ทำให้เนื้อเค้กเหนียว
6. เตรียมภาชนะเพื่อจะตีไข่ขาว ภาชนะและหัวตีต้องสะอาดปราศจากไขมัน เพื่อให้ไข่ขาวขึ้นฟูดี ตีไข่พอขึ้นเป็นฟอง แล้วเติมครีมออฟทาร์ทาร์ ตีต่อจนตั้งยอดอ่อน เป็นฟองฟูขาวแต่ไม่ถึงเป็นครีมมัน ค่อย ๆเติมน้ำตาลทราย (2) ลงไปทีละน้อยจนหมด ตีจนตั้งยอดแล้วเป็นเงาแต่ไม่ถึงกับตั้งยอดแข็งนะคะ เพราะการตีไข่ได้ดีจะทำให้เนื้อเค้กออกมานุ่มมาก ๆ
7. ตักส่วนผสมไข่ ใส่ลงในส่วนผสมแป้ง แล้วใช้พายยางคนให้เข้ากัน แล้วจึงเติมส่วนที่เหลือลงไป คนให้เข้ากันดี
8. เทส่วนผสมใส่พิมพ์นำเข้าเตาอบ อบประมาณ 20-30 นาที หรือจนสุก เช็คโดยการใช้ไม้จิ้มไปตรงกลางเค้ก แล้วไม้จะแห้งไม่มีแป้งติดออกมา หรือจะใช้มือกดเบาๆ บนหน้าเค้ก เนื้อเค้กจะสปริงตัวกลับมา เป็นอันใช้ได้ค่ะ

ทิ้งไว้ให้เย็น ตัดเป็นชั้น ๆ สอดใส้ด้วยวิปครีม หรือบัตเตอร์ครีม หรืออะไรก็ได้ค่ะตามชอบ

และตกแต่งหน้าเค้กด้วยครีมแบบต่าง ๆ ตามชอบเช่นกันค่ะ ดิฉันเลือกเป็นวิปครีม เพราะง่ายและอร่อยด้วยค่ะ อีกอย่าง วิปครีมกับเค้กช็อกโกแลตเนี่ยเป็นอะไรที่เข้ากั๊น เข้ากัน
การแต่งหน้าเค้กด้วยวิปครีม ต้องดูที่สภาพอากาศด้วยน่ะค่ะ ถ้าประเทศที่มีอากาศร้อนมาก ไม่เหมาะคะเพราะจำทำให้หน้าเค้กละลาย
ลองทำดูนะ...


สูตรคัสตาร์ดครีมแสนอร่อย


จากภาพจะเห็น บนหน้าเค้กเป็นครีมเยิ้ม ๆอยู่ คือคัสตาร์ดครีม
คัสตาร์ดครีมสูตรนี้รสชาติดีมากค่ะ สามารถนำไปใส่ในทาร์ตผลไม้ก็ได้ แต่นำไปใช้กับเค้กวนิลา สตอเบอรี่ รสชาติเข้ากันดีเลยค่ะ
ว่าแล้วก็เตรียมส่วนผสมกันเลย
ฝักวนิลา 1 ฝัก แต่ดิฉันไม่ได้ใช่ฝักวนิลาค่ะใช้เป็นวนิลา เอ๊กซ์แทรกแทนค่ะ ใช้ประมาณ 1 1/2 ช้อนชา
นมสด 200 มิลลิลิตร
ไข่แดง 2 ฟอง
น้ำตาลทรายเนื้อละเอียด (caster sugar) 40 กรัม หรือ 1 1/2 oz
แป้งสาลี 1 ช้อนโต๊ะ
แป้งข้าวโพด 1 ช้อนโต๊ะ
ดับเบิ้ลครีม ตีให้นุ่มฟู 125 ml/ 4 fl oz
วิธีทำ
1. ใส่ฝักวนิลากับนมเข้าด้วยกัน ตั้งไฟอ่อน ๆ โดยไม่ให้เดือด พอให้น้ำนมซึมเข้ากับวนิลา (ถ้าใช้กลิ่นวนิลาก็ตั้งไฟอ่อนไม่ต้องเดือดเช่นกันค่ะ) ประมาณ 10 นาทีเห็นจะได้
2. จากนั้น ตี ไข่แดง, น้ำตาล, แป้งสาลี, แป้งข้าวโพด ในถ้วยอีกใบ แล้วก็ ตีจนนวล
นำนมที่อุ่นข้างต้นกรองเอาฝักวนิลาออก แล้วเทใส่ส่วนผสมของไข่แดงที่ตีจนนวล เมื่อเทแล้วตีต่อให้เข้ากันจนนวล
3. จากนั้นนำไปตั้งไฟอ่อน จนเดือด ประมาณ 2 นาที จนส่วนผสมจะเหนียว และนวลขึ้น หมั่นคนหน่อยน่ะค่ะ
4. นำลงจากเตาแล้วเทลงในวิปครีมที่ตีจนพอนุ่มนวล ไม่ถึงกับฟูแข็งนะคะ คนให้เข้ากัน
ก็ได้คัสตาร์ดครีมแสนอร่อยแล้วคะ นำไปประยุกต์ปรุงแต่งได้ตามใจชอบค่ะ

สูตรนี้จะดัดแปลงไปใช้กับทาร์ต พาย และของหวานอื่นก็ได้นะค่ะ

Vanilla custardcream strawberry Cake



เค้กนี้ทำมาหลายวันแล้วค่ะ ว่าจะเอารูปมาลง ก็ไม่ได้ลงซักที เค้กนี้ทำให้วันเกิดคนรู้จักจ๊ะ เค้าขอมาเราก็จัดให้ การกุศลตามเคยค่ะ ชอบค่ะ เพราะถือเป็นการฝึกฝนฝีมือไปในตัวด้วย
เป็นวนิลาเค้กธรรมดาค่ะ ใช้เนื้อเค้กสปันจ์ก็ได้ ให้แบ่งเค้กออกเป็นสามชั้น สองชั้นนับจากฐานนะค่ะ ให้เติมครีมสดที่ตีจนขึ้นฟูแล้ว ส่วนชั้นบนสุด ให้จัดตรงกลางออก จะเหลือเป็นรูปวงแหวน เหลือแต่ขอบกว้างประมาณ 1 นิ้วค่ะ
วางเนื้อเค้กชั้นบนสุดลงไป จะได้ลักษณะเป็นบ่อหลังจากที่ตัดตรงกลางออกไปแล้ว จากนั้นใส่คัสตาร์ดครีมลงไปตรงกลาง ปาดให้เสมอค่ะ แล้วใส่สตอเบอรี่ คือที่ใช้สตอเบอรี่เพราะเวลาทานกับคัสตาร์ดครีมแล้วมีรสชาติดีมาก ๆเลยค่ะ แล้วราดด้วย เจลลี่รสสตอเบอรี่ค่ะ
ด้านข้างก็ใช้ครีมสดแต่ง แล้วตกแต่งนิดหน่อยตามใจชอบ ส่วนตัวใช้
สูตรคัสตาร์ดครีมแสนอร่อยนี้ ให้ดูที่ หน้า สูตรคัสตาร์ดครีมแสนอร่อย นะคะ